“วิโรจน์” ช่วย ณัฐพงศ์ พาเสียง อ้อน ชาวประเวศ-สะพานสูง เลือก สส.คนเดิมไปสานงานต่อ กาเบอร์ 46 ส่ง “หัวหน้าเท้ง” เป็นนายกฯ

239

กรุงเทพฯ, วันที่ 9 มกราคม – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคประชาชน ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส. เขตประเวศ สะพานสูง เบอร์ 8 ร่วมกันหาเสียงบริเวณพัฒนาการ 74 โดยมีประชาชนเข้ามาทักทายให้กำลังใจพร้อมขอถ่ายรูปบ้าง เข้ามามอบขนม อาหารและเครื่องดื่มให้ด้วย วิโรจน์กล่าวบนรถแห่ว่า พรรคประชาชนมีนโนบายกว่า 200 ข้อ โดยนโยบายเพิ่มสวัสดิการให้ผู้สูงอายุ จะปรับเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 บาท เป็น 1,000 บาท ปรับทันทีในเดือนตุลาคม จากนั้นก็จะปรับเป็น 1,500 บาทภายใน 4 ปี

วิโรจน์ กล่าว ขอให้ชาวประเวศ สะพานสูง ช่วยกาเบอร์ 8 เลือก ณัฐพงศ์ สส. คนเดิม กลับไปสานงานต่อ ก่องานใหม่ และกาเบอร์ 46 เลือกพรรคประชาชนไปเป็นรัฐบาล ส่งณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิไปเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะถึงเวลาจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งสแกมเมอร์ และทุนเทา หมดเวลาทนฟังอุบายเก่า ๆ ที่จะเข้ามาหลอกเงินพ่อแม่พี่น้อง ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องระแวงอีกต่อไป ได้เวลาจัดการข้อมูลเชื่อมโยงโครงข่ายหน่วยงานและสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตั้งศูนย์บัญชาการในการปรับสแกมเมอร์ และร่วมมือกับหลายประเทศในโลกเพื่อจัดการกับแก๊งสแกมเมอร์ ปราบทุนเทา ได้แล้ว

ด้านณัฐพงศ์ กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อชี้ชะตาอนาคต ครั้งนี้ไม่มีเสียง สว. มาเลือกนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป พรรคประชาชนมีกว่า 200 นโยบายดูแลตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ดูแลประชาชนทั่วถึงไม่ต้องพิสูจน์ความจนอีกต่อไป

จากนั้นวิโรจน์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงกระแสตอบรับหลังมีผลโพลวัดคะแนนความนิยมพรรคการเมืองต่างๆ ว่าไม่ได้มีเวลาติดตามโพลมากนัก พรรคประชาชนยังมีเวลาทำงานอีกมาก โดยตนเอง และผู้สมัคร สส. ก็พยายามพบปะประชาชนให้มากที่สุด และพยายามเสนอนโยบายสวัสดิการการปรับเบี้ยผู้สูงอายุ ปรับจาก 600 บาท เป็น 1,000 บาทและทำให้ค่าไฟเป็นค่าใช้จ่ายที่มีความเป็นธรรมต่อทุกคนมากขึ้น นอกจากนี้ การจัดการแก๊ง Call Center แก๊งสแกมเมอร์ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแลจริงจัง เพื่อไม่ให้พ่อแม่พี่น้องต้องยกเป็นเหยื่อแก๊งทุนเทาเหล่านี้อีกต่อไป 

ส่วนเรื่องบัตรทองซึ่งชาวกรุงเทพได้รับผลกระทบพอสมควร ทั้งตอนบาดเจ็บซึ่งประชาชนต้องรอดูต้องรอเรื่องการส่งตัวคนไข้ที่ต้องมีการยื่นเอกสารจำนวนมาก กระบวนการเหล่านี้ต้องลดลง เรื่องการเบิกจ่ายยา เช่น การรักษาตัวของผู้ป่วยมะเร็ง ยังมียาที่ไม่อยู่ในบัญชีหลักแห่งชาติ ก็ต้องพยายามเอางบประมาณมาปรับปรุงตรงนี้เพื่อทำให้ประชาชนชาวไทยทุกคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลและคนเจ็บป่วยรักษาได้เร็ว เพราะคนเจ็บป่วย 1 คน ก็กระทบกันทั้งบ้าน

วิโรจน์ยืนยัน พรรคประชาชนทำงานอย่างหนักเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนพร้อมรักษาคะแนนเสียงเขตเดิม เพิ่มเติมเขตใหม่ด้วย ส่วนประเด็นการจัดการธุรกิจฟอกเงิน ธุรกิจศูนย์เหรียญที่ไม่ยอมเสียภาษีให้ไทยสักบาทเดียว พรรคประชาชนพร้อมเดินหน้าจัดการเรื่องนี้และดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติให้เพิ่มขึ้น นานแค่ไหนแล้วที่ไทยไม่มีอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นานแค่ไหนแล้วที่ไทยไม่มีนวัตกรรมสร้างแรงงานทักษะสูง เพื่อให้ลูกหลานคนไทยของเรามีเงินเดือนดีๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ให้คนไทยสามารถนำรายได้ไปสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้

สำหรับคำถามเรื่องจุดยืนของพรรคเกี่ยวกับมาตรา 112 และจุดยืนของพรรคต่อกองทัพนั้น วิโรจน์กล่าวว่า ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้หาเสียงเรื่องนี้เลยเพราะว่าประชาชนที่เข้าใจส่วนใหญ่ก็เข้าใจดีอยู่แล้วทั้งนั้น ส่วนมาตรา 112 นั้น เมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วไม่สามารถนำมาเป็นนโยบายในการหาเสียงได้อีกต่อไป ส่วนเรื่องของทหารหรือกองทัพนั้น ตนได้เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการทหาร หากพบเจอเรื่องทุจริตก็ไม่สามารถปล่อยผ่านได้ ส่วนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่มีความโปร่งใส ขาดประสิทธิภาพ ก็ต้องจัดการ แต่ในด้านการลงทุนด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และนโยบายการจัดซื้อที่มีการชดเชยไม่ใช่แค่การเอาเงินไปแลกอาวุธก็ต้องเป็นไปตามความเหมาะสม ตนไม่เห็นด้วยที่มีการนำพลทหารชั้นผู้น้อยไปซ้อมทรมาน เรื่องนี้เราต้องให้ความสำคัญ ไม่เคยปล่อยปละละเลย ตนคิดว่าอะไรดีก็ส่งเสริม อะไรไม่ดีก็จัดการไม่ได้มีการเปลี่ยนจุดยืนแต่อย่างใด

สำหรับประเด็นที่พรรคประชาชนถูกโจมตีนั้น วิโรจน์กล่าวว่า พรรคถูกโจมตีมาตั้งแต่ยังเป็นอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงปัจจุบัน ตนมองว่าเนื่องจากพรรคได้รับความนิยมสูงจึงต้องถูกเพ่งเล็งเป็นธรรมดา ก็ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าคูหากาให้เบอร์ สส. เขต จากพรรคประชาชน และกาให้เบอร์พรรคประชาชน กาทั้งสองใบ เพื่อส่งให้พรรคประชาชนกลายเป็นรัฐบาลประชาชน เพื่อส่งให้ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิเป็นนายกรัฐมนตรี