ลำพูน, วันที่ 9 ธ.ค. – แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เดินทางไปพบปะพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยในพื้นที่ ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรคด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ในสถานการณ์ราคาผลผลิตที่มีความผันผวน และช่วยนายรังสรรค์ มณีรัตน์ ผู้สมัคร สส. จังหวัดลำพูน เขต 2 เบอร์ 6 หาเสียง

ยศชนัน กล่าวว่า ผลผลิตลำไยฤดูกาลผลิตปี 2568 ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก แพร่ และน่าน คาดว่าจะมีรวมกว่า 1.06 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 117 ล้านกิโลกรัม จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกลไกราคา หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ พรรคเพื่อไทยย้ำถึงบทบาทในการผลักดัน “ร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย” เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของเกษตรกรชาวสวนลำไย โดยร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 3 แล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของพรรคเพื่อไทยในการยกระดับลำไยให้เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ผ่านการดูแลราคาที่เป็นธรรม การวิจัยนวัตกรรม การแปรรูป และการหาตลาดรองรับทั้งในและต่างประเทศ
นายยศชนัน กล่าวเป็นภาษาเหนือ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่ขายฝัน แต่พร้อมลงมือทำทันทีเมื่อได้เป็นรัฐบาล โดยระบุว่าลำดับแรกคือการเดินหน้า พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ลำไย ควบคู่กับการพัฒนาระบบ Cold Chain และห้องเย็นที่ครบวงจร ตั้งแต่พื้นที่ผลิตจนถึงการขนส่ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถชะลอการขาย ไม่ถูกกดราคา พร้อมประกาศแนวคิด “คืนอธิปไตยล้งลำไยให้คนไทย” และย้ำว่า “ข้าวภาคกลาง ยางภาคใต้ และลำไยต้องเป็นของภาคเหนือ”

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังผลักดันการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าลำไย ไม่จำกัดเพียงการจำหน่ายผลสด แต่ต่อยอดสู่เวชสำอาง ยา และผลิตภัณฑ์จากเมล็ดลำไย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัว โดยภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทสนับสนุนอย่างจริงจัง ทั้งนี้ตนทำงานในพื้นที่ลำพูนและภาคเหนือมานาน เข้าใจหัวอกคนทำงานและชาวสวนลำไยอย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า วันแรกที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะเดินหน้าขับเคลื่อน พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ลำไยอย่างเป็นรูปธรรม และร่วมกันสร้างอนาคตที่มั่นคงให้เกษตรกรไทยทั้งระบบ
ในด้านการบรรเทาภาระเกษตรกร พรรคเพื่อไทยมีนโยบายพักหนี้เกษตรกรทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย สานต่อโครงการ SML พัฒนาหมู่บ้าน และเสนอให้หน่วยงานรัฐเป็นผู้นำในการรับซื้อลำไย เช่น โรงเรียน เรือนจำ และหน่วยงานราชการ เพื่อช่วยพยุงราคา รวมถึงใช้ลำไยเป็น “สินค้าทางการทูต” ในการเจรจาการค้ากับต่างประเทศ
นายยศชนัน ยังเน้นย้ำถึงการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง พร้อมยืนยันนโยบาย “เติมเงินให้เต็ม 3,000 บาท” สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี

