ตำรวจ สน.หัวหมาก ตามรวบ รปภ.วัย 51 ปี ผู้ต้องหาคดีแทงเพื่อนร่วมงานเสียชีวิตคาป้อม รปภ.ย่านรามคำแหงใน คืนส่งท้ายปีเก่า หลังหลบหนีข้ามจังหวัดกว่า 5 วัน ก่อนถูกจับได้ที่ศรีสะเกษ เจ้าตัวรับสารภาพ สาเหตุจากความแค้นสะสมปัญหาเข้าเวรและถูกฟ้องหัวหน้า

ตำรวจ สน.หัวหมาก จับกุมตัวนายศราวุธ (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ชาวอำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 7554/2568 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” หลังหลบหนีคดีแทงเพื่อนร่วมอาชีพเสียชีวิตคาป้อม รปภ. ภายในบริษัทแห่งหนึ่ง ถนนรามคำแหง
การจับกุมครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ร่วมกับ กก.สส.บก.น.4 ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 08.50 น. บริเวณหน้า ศปก.สืบสวน สภ.กันทรลักษณ์ ต.น้ำล้อม อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

สืบเนื่องจากเหตุเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 04.30 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุพบศพชายเสียชีวิตคาป้อม รปภ. ประตู 5 ภายในบริษัทแห่งหยึ่ง ซอยรามคำแหง 26 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เมื่อเข้าตรวจสอบพบศพนายต้าน อายุ 51 ปี มีบาดแผลถูกแทงบริเวณหน้าอกและลำตัวหลายแผล เลือดนองพื้น เจ้าหน้าที่จึงประสานพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเร่งติดตามตัวคนร้าย
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาและผู้ตายเป็น รปภ.ทำงานร่วมกัน เคยมีปัญหาขัดแย้งทะเลาะกันเรื่องการเข้าเวรผลัดดึกมานานกว่า 3 เดือน และก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 เดือน ผู้ต้องหาเคยผลักผู้ตายล้มจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนผู้ตายจะนำเรื่องไปแจ้งหัวหน้า รปภ. ทำให้ผู้ต้องหาเกิดความไม่พอใจและเคียดแค้น

คืนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ขี่รถจักรยานยนต์จากป้อม รปภ.ประตู 11 ไปยังป้อมประตู 5 ของบริษัทดังกล่าวก่อนมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันอีกครั้ง จากนั้นผู้ต้องหาได้ต่อยผู้ตายล้มลง และใช้อาวุธมีดที่อยู่ในป้อมแทงซ้ำหลายครั้งจนเสียชีวิต ก่อนหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ
หลังหลบหนี ผู้ต้องหาเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ในซอยรามคำแหง 65 ต่อรถไปยังสถานีขนส่งหมอชิต ก่อนหลบซ่อนตัวในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และนั่งรถตู้เปลี่ยนหลายต่อ กระทั่งกลับไปยังอำเภอกันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ และถูกตำรวจตามจับกุมได้ในที่สุด

ภายหลังการจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวตรวจยึดของกลางที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

