“จุลพันธ์” ควง “ขวัญจิรา” เดินหาเสียงตลาดเมืองมีน ชู “พ.ร.บ.การกู้ภัยแห่งชาติ” ยกระดับสวัสดิการ จนท.กู้ภัย พร้อมเพิ่มสกายวอล์คเชื่อม ชุมชน-ตลาด-รฟฟ.

283

กรุงเทพฯ, วันที่ 4 มกราคม – นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางไปช่วย น.ส.ขวัญจิรา มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 19 เบอร์ 1 หาเสียงในพื้นที่เขตมีนบุรี โดยจุดแรกเดินทางถึงมูลนิธิร่มไทร พูดคุยประเด็นปัญหากับเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาสมัครกู้ภัย โดยนายจุลพันธ์กล่าวกับเจ้าหน้าที่อาสาว่า กลุ่มกู้ภัยเป็นกลุ่มที่เราจะพบเห็นบ่อยครั้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดอุทกภัยใหญ่ ซึ่งกลุ่มอาสากู้ภัยจะลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยจิตอาสา แต่กลับถูกละเลยเรื่องสวัสดิการ และยังไม่มีกฎหมายรองรับการทำงานให้กับประชาชนกลุ่มนี้

นายจุลพันธ์ กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นจะเป็นผู้นำเสนอกฎหมาย พ.ร.บ.การกู้ภัยแห่งชาติ เพื่อให้กู้ภัยอยู่อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี มีกลไกในเรื่องสวัสดิการ การจัดทำมาตรฐาน กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือก มาตรฐานการปฏิบัติการ มาตรฐานทางจรรยาบรรณ จะได้ทำงานเพื่อให้ประชาชน อุทิศตนเพื่อประชาชนได้อย่างสมความภาคภูมิใจ

ต่อมานายจุลพันธ์พร้อมคณะที่ประกอบด้วย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต รมช.สาธารณสุข, กลุ่มผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้แก่นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรค, น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรค, นายศึกษิษฏ์  ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค, นายพีรวิชญ์ ขันติศุข, นายสุรเกียรติ เทียนทอง, นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์, นายธงธรรม เวชยชัย และ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 15 เบอร์ 6  เดินทางไปหาเสียงที่ตลาดจตุจักร 2 (เมืองมีน) โดยได้เดินทักทายประชาชน และพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด พร้อมปราศัยหาเสียงนโยบายของพรรคเพื่อไทย และรับฟังปัญหาของประชาชน

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ถึง แพทองธาร ชินวัตร ได้เสนอกฎหมายเกี่ยวกับขนส่งทางรางทั้ง 3 ฉบับ เพื่อรองรับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทุกวันนี้คนกรุงเทพต้องเสียค่าเดินทางประมาณ 30-40% ของค่าจ้างขั้นต่ำ รวมถึงต่อจากนี้ยังจะมีรถเมล์แอร์ไฟฟ้าในราคา 10 บาทต่อสาย เพื่อให้การเดินทางครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และเมื่อค่าโดยสารรถสาธารณะถูกลง จะทำให้ประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยในตลาดมากขึ้น มีคนมาเดินตลาดมากขึ้น เพราะมีเงินเหลือในกระเป๋าจากค่าเดินทางดังกล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวถึงนโยบายบ้านเพื่อนคนไทย ว่าจะสร้างโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย โดยไม่ต้องย้ายออกไปอยู่ชานเมือง แต่อยู่ใจกลางเมือง อยู่ติดกับขนส่งสาธารณะ และเมื่อเสียค่าเดินทางโดยรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และรถเมล์แอร์ 10 บาทตลอดสาย ค่าใช้จ่ายคนกรุงเทพจะลดลงมาก สามารถนำเงินไปทำอย่างอื่นได้

ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบนั้น หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าตอนนี้ประชาชนมีตัวเลขหนี้ครัวเรือนอยู่เกือบ 90% ของจีดีพี พรรคจึงมีนโยบายล้างหนี้ประชาชน 5 มาตรการ คือ กลุ่มประชาชนทั่วไป หนี้เสียไม่มีหลักประกันเกินกว่า 1 ปี ยอดต่ำกว่า 200,000 บาท ทั้งสถาบันการเงินเอกชนและรัฐ จ่าย 10% ปิดจบ ล้างหนี้, กลุ่มวัยเกษียณ หนี้เสียไม่มีหลักประกันเกินกว่า 1 ปี ของผู้มีอายุเกิน 60 ปี ยอดต่ำกว่า 100,000 บาท ในสถาบันการเงินรัฐ ไม่ต้องจ่าย ปิดจบ ล้างหนี้, กลุ่มเกษตรกร พักต้นและดอก 3 ปี วงเงิน 500,000 บาท ระหว่างพัก ดอกเบี้ยหยุดนิ่ง โดยรัฐจ่ายแทน จะช่วยเกษตรกรได้ราว 3.5 ล้านบัญชี มูลหนี้กว่า 500,000 ล้านบาท

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า กลุ่มนอกระบบ สถาบันการเงินรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำรายละ 50,000 บาท เพื่อปิดหนี้นอกระบบ ช่วยเหลือประชาชนได้ 2 ล้านบัญชี และกลุ่มผู้ชำระหนี้คืนสม่ำเสมอ ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด เป็นเงินไม่เกิน 5,000 บาท มียอดหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท

หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการเสริมสร้างความรู้ศักยภาพทางด้าน  AI โดยเราจะพัฒนาให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูง ซึ่งเป็นวิธีการเพิ่มความรู้ เพิ่มประสิทธิภาพให้กับประชาชน ส่วนนโยบายความปลอดภัย ทั้งยาเสพติด และสแกมเมอร์ ยืนยันไม่ปราบจบไม่เลิก รวมถึงนโยบาย AI for All ที่จะนำภาพจากกล้อง CCTV มาวิเคราะห์พฤติกรรมต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของสังคม

อีกทั้งยังมีนโยบายสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยการเพิ่มสกายวอล์คไปฝั่งตรงข้ามเพื่อเพิ่มพื้นที่ค้าขายมากขึ้น เชื่อมต่อชุมชน ตลาดกับสถานีรถไฟฟ้า เพิ่มจำนวนคนเดิน ให้พ่อค้าแม่ค้าสามารถมีรายได้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยทางพรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งทั้งระบบ “พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่สามารถทำได้ เพราะเป็นพรรคที่มีประสบการณ์ในการบริหารประเทศ และประสบความสำเร็จตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย เราทำสำเร็จมาหลายครั้ง เราเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ลงมือจริง และทำจริงจังให้สำเร็จ”

ด้าน น.ส.ขวัญจิรา กล่าวกับพี่น้องประชาชนแสดงความห่วงใยเรื่องพี่น้องมีค่าใช้จ่ายมีเพิ่มสูงขึ้น มีรายได้ลดลง พรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะลดค่าใช้จ่ายประชาชนทั้งรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รถเมล์แอร์ 10 บาทตลอดสาย การแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบ นอกจากนี้ยังมีนโยบายหวยเกษียณที่เป็นนวัตกรรมการออมเงินก้อน เพื่อไว้ใช้จ่ายในยามเกษียณได้ด้วย