ที่กองปราบปราม นายรณรงค์ แก้วเพชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้พา​ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี พร้อมด้วยนางศิริวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) มารดา เดินทางเข้าพบ พัน​ตำรวจ​โท​ แสงชัย เหล่ากิจรุ่งเรือง รองผู้กำกับ​การ​สอบสวน​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (รอง​ผกก.สอบสวน​ 5 บก.ป.) เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายโอ อายุ 17 ปี นาย ฟิลม์ อายุ 16 ปี และนาย คิว อายุ 16 ปี ทั้งหมดนามสมมติ ที่ร่วมกันก่อเหตุรุมโทรม​ น.ส.เอ เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณชายทะเลปากน้ำปราณฯ ต.ปากน้ำปราณบุรี อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 30 พ.ย.61​ ที่ผ่านมา แต่คดีไม่มีความคืบหน้า

ด้านนางศริวรรณ กล่าวว่า ตนทราบว่าคืนวันเกิดเหตุบุตรสาวพร้อมเพื่อนชายคนสนิท ร่วมทั้งกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเพื่อนที่เคยเรียนมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ ได้พากันไปนั่งเล่นกันที่ชายหาดปากน้ำปราณฯ โดยมีการดื่มเหล้ากันด้วย แต่บุตรสาวของตนไม่ได้ดื่มด้วย ก่อนเกิดเหตุหลังจากกลุ่มผู้ต้องหามีอาการมึนเมา ขณะนั้นก็เอากุญแจรถจยย.ของบุตรสาวไปไว้ในห้องน้ำสาธารณะริมชายหาด โดยบอกว่าให้เดินเข้าไปเอาเอง ปรากฏว่าเมื่อเดินเข้าไปเอากุญแจรถ กลุ่มผู้ต้องหาทั้งสามก็เดินตามเข้าไปด้วย ก่อนล๊อคประตูห้องน้ำ แล้วก็ช่วยกันจับตัวบุตรสาวกดลงกับพื้น และลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ครบทั้ง 3 คน

นางศิริวรรณ กล่าวต่อว่า ที่ต้องมาร้องกองปราบฯ ก็เพื่อต้องการร้องขอความยุติธรรม เพราะกลัวว่าบุตรสาวจะคิดสั้น เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาเองเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ก็ไม่คิดว่าจะมาทำกับเพื่อนแบบนี้ หลังเกิดเหตุตนพาบุตรสาวเข้าแจ้งความที่สภ.ปากน้ำปราณบุรี รวมทั้งเคยเจรจากับผู้ปกครองของกลุ่มผู้ต้องหาแล้ว โดยมีการตกลงเรียกค่าเสียหายทั้งหมด 150,000 บาท แต่พอนำเรื่องไปปรึกษากับร้อยเวรเจ้าของคดี กลับกลายเป็นว่า จะจ่ายค่าเสียหายทั้งหมด 5 หมื่นบาท และตำรวจก็บอกว่า เรื่องนี้เป็นคดีอาญาไม่สามารถยอมความได้ ซึ่งมาทราบภายหลังอีกว่า ทางร้อยเวรก็เคยเรียกกลุ่มผู้ต้องหามาพบแล้ว แต่ทางตำรวจกลับไม่เคยตั้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีอะไร ไม่ลงบันทึกประจำวัน หรือ เอกสารอย่างอื่นเลย จะมีเพียงแค่ใบส่งตัวฝ่ายผู้เสียหายให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเท่านั้น

ด้านนายรณรงค์ กล่าวว่า ที่ต้องเข้ามาร้องกองปราบฯ ก็เพราะทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหานั้นเป็นลูกหลานของนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งอาจทำให้คดีไม่มีความคืบหน้า เพราะคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.61 แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เคยเรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติมแต่อย่างใด เมื่อเข้าไปสอบถามความคืบหน้าของคดี กลับถูกพูดจาไม่ดีใส่ผู้เสียหายอีกด้วย แต่เมื่อรู้ว่าจะมาร้องเรียนที่กองปราบปราม ก็รีบติดต่อเข้ามาว่า อย่าพึ่งไปร้องเรียนเลย โดยขอให้มาสอบปากคำเพิ่มเติมภายในอาทิตย์นี้ และขอร้องว่าไม่ต้องมาร้องที่กองปราบฯอีกด้วย

นายรณรงค์ กล่าวต่อว่า คดีนี้ตั้งแต่เกิดเหตุร้อยเวรเจ้าของคดีได้ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายเพื่อหาร่องรอยการข่มขืนแล้ว แต่หมอผู้ตรวจกลับถามหาเสื้อผ้าของผู้เสียหายที่ใส่ในวันเกิดเหตุ เนื่องจากทราบว่า คดีนี้ทางตำรวจยังไม่ได้ส่งหลักฐานเสื้อผ้าของผู้เสียหายไปให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตรวจเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด ซึ่งวันนี้ผู้เสียหายก็นำหลักฐานเสื้อผ้ามาให้ทางกองปราบฯนำส่งพิสูจน์ ช่วยส่งตรวจให้อีกด้วย พร้อมกันนี้ทางผู้เสียหายยังต้องการให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนคดีนี้อีกด้วย

ด้านพ.ต.ท.แสงชัยฯ กล่าวว่า จะทำการสอบปากคำผู้เสียหายไว้เป็นหลักฐานก่อน ซึ่งตนได้ประสานไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้ว ทราบว่าจะให้ผู้เสียหายไป ให้ปากคำเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้​ (9 ม.ค.62) หลังจากนั้นก็จะได้มีการสอบปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพต่อไป เนื่องจากผู้เสียหายยังเป็นเยาวชน

นายรณรงค์ แก้วเพชร

นายรณรงค์ แก้วเพชร

นายรณรงค์ แก้วเพชร

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง