“อนุทิน” ลงนาม ไทย-กัมพูชา ย้ำงดยั่วยุ-คุกคาม ถอนอาวุธหนักห่างชายแดน ปูทางสันติภาพ เตรียมตั้งผู้สังเกตการณ์อาเซียน

658

มาเลเซีย, วันที่ 26 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงนามถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทย และนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย (Joint Declaration by the Prime Minister of the Kingdom of Cambodia and the Prime Minister of the Kingdom of Thailand on the outcomes of their meeting in Kuala Lumpur, Malaysia)

โดยนายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ (Donald J. Trump) ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม (Dato’ Seri Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมลงนามเพื่อเป็นสักขีพยานของถ้อยแถลงดังกล่าว พร้อมทั้ง แสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทั้งนี้นายอนุทินกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ที่ได้พยายามอย่างแข็งขันในการธำรงไว้ซึ่งความเป็นเอกภาพของอาเซียน พร้อมแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อประธานาธิบดีสหรัฐที่ได้ส่งเสริมสันติภาพระหว่างทั้งสองประเทศ นำมาซึ่งผลลัพธ์สำคัญ คือ การลงนามใน ถ้อยแถลงในวันนี้

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ประกาศแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยกรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย (Joint Statement on a Framework for a U.S. -Thailand Agreement on Reciprocal Trade) ซึ่งนายกรัฐมนตรีหวังว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้การเจรจาเรื่องภาษีสามารถบรรลุข้อสรุปได้ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงจะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศว่าด้วยความร่วมมือด้านแร่ธาตุที่มีความสำคัญ (MOU between our governments on cooperation on critical minerals) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความยืดหยุ่นและความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาวต่อไป

สำหรับสาระสำคัญของถ้อยแถลงได้แก่ 1) ผู้นำไทย-กัมพูชาแสดงเจตนารมณ์ต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างสองประเทศ ย้ำมุ่งมั่นที่จะละเว้นการคุกคามและใช้กำลัง แก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ เคารพต่อเขตแดนและกฎหมายระหว่างประเทศ 2) สองประเทศยืนยันความมุ่งมั่นในการยึดมั่น และดำเนินการตามข้อตกลงที่ได้บรรลุร่วมกันในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) 3) สองประเทศได้ลงนามในเอกสาร “ขอบเขตการจัดตั้งกลไกผู้สังเกตการณ์อาเซียน” (ASEAN Observer Team: AOT) เพื่อให้แน่ใจว่าข้อตกลงหยุดยิงจะได้รับการปฏิบัติอย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ โดยขอให้รัฐสมาชิกให้การสนับสนุนเพื่อให้ AOT ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจ

4) ทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นที่จะลดความตึงเครียด ฟื้นฟูความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างไทย-กัมพูชา เพื่อให้มั่นใจว่าข้อตกลงหยุดยิงจะได้รับการปฏิบัติอย่างสมบูรณ์ ได้มีการตกลงขั้นตอน คือ จะถอนอาวุธหนักแ-ยุทโธปกรณ์ทำลายล้างสูงออกจากชายแดนภายใต้การสังเกตการณ์ของ AOT พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อลดความตึงเครียด, ละเว้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือวาทกรรมที่ยั่วยุความขัดแย้ง, สร้างความเชื่อมั่นทันทีและเต็มรูปแบบ, เก็บกู้ทุ่นระเบิดตามที่ได้ตกลงใน GBC, ใช้กลไกทวิภาคีสำหรับการทำงานร่วมกัน

ทั้งนี้ต้องมีการดำเนินการตามข้อ 1-4 แล้วเท่านั้น ทั้งสองประเทศจึงจะพิจารณายุติสถานะความเป็นปรปักษ์อย่างเป็นทางการ และจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการปล่อยเชลยศึกชาวกัมพูชา จากนั้นจึงเพิ่มความร่วมมือด้านต่าง ๆ ต่อไป เพื่อให้สองประเทศมองไปข้างหน้าและเริ่มต้นพัฒนาความสัมพันธ์ ในฐานะเพื่อนบ้าน