“อภิสิทธิ์” สวน THACCA ได้งบ 635 ล้านไม่จริง รบ.เพื่อไทยแอบยัดงบซอฟต์พาวเวอร์กระจายตามหน่วยต่าง ๆ 2 ปีเกือบ 8,000 ล้าน แต่ผลงานไม่เข้าเป้า

812

กรุงเทพฯ, วันที่ 14 ก.ย. – จากกรณีเพจ THACCA ที่อ้างว่าปี 2567 ได้รับงบประมาณเพียง 635 ล้านบาท นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน อดีตผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกเเบบ (TCDC) และอดีตผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า ในฐานะสส. ที่ติดตามนโยบายด้านSoft Power มาโดยตลอด พรรคประชาชน ขอชี้แจงถึงข้อเท็จจริงที่เคยอภิปรายในสภา ว่า ประการแรก สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ หรือ THACCA ยังไม่ได้จัดตั้งเป็นหน่วยงานส่วนราชการ ไม่มีงบประมาณเป็นของตัวเอง ไม่มีตัวตนอยู่จริง การดำเนินงานนั้นจะเป็นการกระจายเงินงบประมาณไปยังกระทรวงและกรมต่าง ๆ เพื่อดูแลโครงการ เช่น ด้านภาพยนตร์อยู่กับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ด้านอาหารอยู่กับกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับงบประมาณปี 67 คณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ได้งบ 635.54 ล้านบาท จากงบกลาง แต่นอกเหนือจากงบก้อนดังกล่าว รัฐบาลยังของบเพิ่มเติมซอฟต์พาวเวอร์เพื่อจัดงานมหาสงกรานต์และอีเวนท์อีก 404.96 ลบ. และยังมีงบโครงการซอฟต์พาวเวอร์ในกระทรวงอื่น ๆ อีก 2,188.96 ลบ. ดังนั้น งบซอฟต์พาวเวอร์ในปี 67 มากกว่า 3,000 ล้านบาท ในขณะที่ปี 68 คณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ได้รับงบไป 2,318.42 ลบ. และยังมีการขอเพิ่มเติมในงบกลางอีก 1,336.72 ล้านบาท และยังมีงบโครงการซอฟต์พาวเวอร์ในกระทรวงอื่นๆ อีก 2,082.85 ล้านบาท ดังนั้นงบในปี 2568 รัฐบาลเพื่อไทยได้ใช้เงินในเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ไปกว่า 5,000 ล้านบาท หากรวมเงินงบประมาณสองปีแล้ว เกือบ 8,000 ล้านบาท

สส.พรรคประชาชนกล่าวว่า โครงการเรือธงที่อยู่ภายในโครงการนี้ที่สำคัญคือ หนึ่งครอบครังหนึ่งซอฟท์พาวเวอร์ (OFOS) เป็นโครงการอบรมทักษะขนาดใหญ่ โดยใช้งบประมาณในปี 2567 ถึง 227 ล้านบาท และในปี 2568 ถึง 752 ล้านบาท โดยโครงการนี้มีเป้าหมายอบรมคนไทย 20 ล้านคนให้ได้ภายใน 4 ปี แต่ปรากฏว่าภายในสองปีที่ผ่านมา ผลผลิตของผู้อบรมได้เพียง 20,355 คน เท่านั้น ดังเช่น โครงการ OFOS อาหาร ที่ตั้งเป้าหมายในปี 2567 ว่าจะมีเชฟอาหารไทยถึง 10,000 คนในปีนั้น แต่ปรากฎว่ามีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมเพียง 1,300 คนเท่านั้น

อดีต ผอ. TCDC กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 69 รัฐบาลเพื่อไทยของบประมาณในแผนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์กว่า 3.9 พันล้านบาท แต่หลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีพ้นตําเเหน่ง ทำให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์สิ้นสภาพไปด้วย แต่งบกว่า 3.9 พันล้านบาทที่ผ่านสภาไปแล้วนั้น ยังคงจะกระจายไปอยู่ตามหน่วยงานอื่น ๆ เช่น เงินอุดหนุนภาพยนตร์ก็ยังคงอยู่กับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เงินอบรมเชฟอาหารไทยอยู่กับ กระทรวงการอุดมศึกษา เป็นต้น จากนี้ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด ในฐานะ สส.จะติดตามตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณก้อนนี้ ที่กระจายอยู่ตามกระทรวงต่าง ๆ ต่อไป