ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร้อยตำรวจ​เอก​ วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อดีต​รองสารวัตร​ กองกำกับการ​สืบสวน​ กองบังคับการ​ตำรวจ​ภูธร​จังหวัด​สงขลา​ (รอง สว.กก.สส.ภ.จ.สงขลา)​ อายุ 46 ปี พากลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง กว่า 10 ราย เดินทางเข้าพบ พันตำรวจ​โท​ สุรชัย จันทรมณี รองผู้กำกับ​สอบสวน​ 4​ กองปราบปราม​ (รองผกก.สอบสวน​ 4 บก.ป.)​ ช่วยราชการ กองกำกับการ​ 5​ กองปราบ​ปราม​ (กก.5 บก.ป.)​ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายสิงหราช หรือ อู๊ด วิชิตพงศ์ ซึ่งอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้จักกับนายตำรวจระดับสูง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่ ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ โดยมีการข่มขู่ว่าหากไม่ยอมจ่ายเงินจะนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นที่ตั้งบริษัท และยัดยาบ้า ให้ต้องได้รับโทษทางคดีอาญา โดยนำหลักฐานเป็นข้อความสนทนาระหว่างกลุ่มผู้เสียหายกับผู้ถูกกล่าวหามามอบให้พนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณา

นายจเร แก้วทอง อายุ 36 ปี เจ้าของบริษัท บารมีขนส่ง จำกัด 1 ในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเปิดบริษัทให้บริการรับส่งสิ่งของ มาประมาณ 5 ปี กระทั่งเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา ระหว่างที่ตนและพนักงานได้ขับรถบรรทุกของเพื่อนำสิ่งของของลูกค้าจากกรุงเทพฯไปส่งที่ภาคใต้ โดยใช้ถนนเพชรเกษมเป็นเส้นทางหลัก จนเดินทางมาถึงช่วง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งนำโดย นายสิงหราช และพวกจำนวน 10 กว่าคน แขวนป้ายตำรวจและสวมเสื้อระบุข้อความว่า “สอบสวนกลาง” ขับรถตามประกบและบอกให้จอดรถ โดยอ้างว่าสิ่งของภายในรถบรรทุกเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนจะบังคับตนให้ขับรถตามไป โดยอ้างว่าจะพาตัวไปที่โรงพัก แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าเป็นเพียงสถานที่เปลี่ยวไร้ผู้คนและแสงไฟส่องสว่างไม่ใช่ที่ทำการโรงพักแต่อย่างใด

นายจเร กล่าวต่อว่า จากนั้นนายสิงหราช ก็ได้พูดจาข่มขู่เรียกเงินจากตนจำนวน 2 แสนบาท เพื่อแลกกับอิสรภาพ โดยอ้างว่าตนเองเป็นลูกน้องของ พลตำรวจ​ตรี​ สุรเชษฐ์ หักพาล รักษา​ราชการ​แทน​ผู้​บัญชาการ​สำนักงาน​ตำรวจ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ และคอยทำหน้าที่เก็บส่วยรถบรรทุกทั่วประเทศ และถ้าหากไม่จ่ายจะถูกจับกุมและถูกยัดยาเสพติดให้ได้รับโทษททางคดีอาญา ด้วยความกลัวตนจึงพยายามเจรจาต่อรองขอจ่ายแค่ 80,000 บาท ทั้งนี้เมื่อตนยอมจ่ายเงินให้ไปแล้ว นายสิงหราช ยังได้ขอไอดีแอพพลิเคลั่นไลน์ของตนก่อนจะส่งข้อความมาบอกตนว่าต่อจากนี้บริษัทของตนจะต้องจ่ายเงินค่าผ่านทางทุกเดือน เดือนละ 30,000 บาท ด้วยความที่กลัวว่าหากไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของนายสิงหาราช กิจการขนส่งสินค้าของตนจะต้องเจอปัญหาถูกกลั่นแกล้งจากบุคคลกลุ่มนี้ และอาจส่งผลให้บริษัทของตนไม่สามารถส่งของให้กับลูกค้าได้ตามกำหนดสัญญา ซึ่งจะทำให้ถูกปรับเงินจากลูกค้าเป็นจำนวนเงินค่อนข้างสูง จึงต้องยอมทำตาม แต่ได้มีการต่อรองขอจ่ายแค่เดือนละ 15,000 บาท กระทั่งต่อมาตนจึงได้พยายามสอบถามกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยกันเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวจนทำให้ทราบว่านอกจากตนแล้วยังมีผู้ประกอบการอีกหลายรายตกเป็นเหยื่อถูกนายสิงหราชและพวกข่มขู่รีดเงินด้วยเช่นกัน จึงได้รวมตัวกันเข้าร้องเรียนกองปราบเพราะที่ผ่านมากิจการของตนและผู้เสียหายรายอื่นๆต่างได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มคนเหล่านี้เป็นอย่างมาก

ร้อยตำรวจ​เอก​ วัชรินทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายสิงหราช มักมีพฤติกรรมอ้างตัวว่าเป็นตำรวจหรือเป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง รวมถึงอ้างตัวว่าเป็นลูกน้องของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หรืออ้างว่ารู้จักกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางหลายคน เพื่อใช้ข่มขู่เหยื่อให้เกิดความกลัว ก่อนจะขูดรีดเอาเงินจากผู้ประกอบการ ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อมากกว่า 10 รายทั่วประเทศ อีกทั้งมีบางรายถูกข่มขู่จนต้องยอมจ่ายเงินให้กับบุคคลกลุ่มนี้ตกเดือนละ 300,000 บาท นอกจากนี้จากการตรวจสอบ พบว่านอกจากนายสิงหราช แล้ว ขบวนการดังกล่าวยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและข้าราชการฝ่ายปกครองอีกกว่า 10 ราย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าวนี้ด้วย

ด้าน พันตำรวจ​เอก​ ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้กำกับ​การ​ 5​ กองปราบ​ปราม​ (ผกก.5 บก.ป.)​ กล่าวว่า สำหรับกรณีดังกล่าวเบื้องต้นทางกองปราบฯได้ทำการรับเรื่องไว้พิจารณา เนื่องจากเป็นคดีในลักษณะเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลรังแกประชาชน รวมถึงยังมีการแอบอ้างชื่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ มาใช้ในการข่มขู่เหยื่อเพื่อกระทำความผิด จนทำให้ตำรวจได้รับความเสื่อมเสีย รวมถึงจากการตรวจสอบประวัติยังพบว่า นายสิงหราช นั้นมีหมายจับคดีกรรโชกทรัพย์ในพื้นที่ภาคใต้ติดตัวอยู่ 4 หมายจับ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่สืบสวนเร่งไล่ล่าติดตามจับกุมตัวนายสิงหาราช มาดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยมพึ่ง