ตำรวจไซเบอร์จับยกบ้านครอบครัวดอกเบี้ยโหด ปล่อยกู้ดอกลอยร้อยละ 1,921 ต่อปี

371

ตำรวจไซเบอร์จับยกบ้านครอบครัวดอกเบี้ยโหด ปล่อยกู้ดอกลอยร้อยละ 1,921 ต่อปี ค้นบ้านเจอปืนอีกกระบอก พร้อมจับกุมเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์

ตามนโยบายของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายในการเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และ “นโยบายรัฐบาลในการจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติยุค Digital Disruption” แก่ข้าราชการตำรวจระดับผู้บริหารทั่วประเทศ ในโครงการสัมมนาผู้บริหารระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า และผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศปปง.ตร., พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช. ในฐานะ ผอ.ศปอส./ผอ.ศตคม.ตร. และ พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าว

วันพฤหัสบดีที่ 5 มิ.ย. 68 เวลา 13.00 น. ณ บริเวณชั้น 1 บก.สอท.2 นำโดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์จับยกบ้านครอบครัวดอกเบี้ยโหด ปล่อยกู้ดอกลอยร้อยละ 1,921 ต่อปี ค้นบ้านเจอปืนอีกกระบอก พร้อมจับกุมเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์

สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเร่งปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนนำมาสู่ผลการปฏิบัติดังนี้

  1. จับกุมการกระทำผิดเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบและอาวุธปืน จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 ราย
  • จับยกบ้านครอบครัวดอกเบี้ยโหด ปล่อยกู้ดอกลอยร้อยละ 1,921 ต่อปี ค้นบ้านเจอปืนอีกกระบอก จำนวน 4 ราย
  1. จับกุมเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย
  • รวบเครือข่ายอ้าง ดร.นิเวศน์ หลอกลงทุนกว่า 11 ล้าน จำนวน 1 ราย
  • รวบเครือข่ายหลอกโอนเงิน อ้างลงทุนคริปโต เสียหาย 5.5 ล้าน จำนวน 1 ราย
  • รวบเครือข่ายหลอกลงทุนออนไลน์ เสียหายกว่า 7.6 ล้าน จำนวน 1 ราย

จับกุมการกระทำผิดเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบและอาวุธปืน

ปฏิบัติการที่ 1 : กก.3 บก.สอท.5 จับยกบ้านครอบครัวดอกเบี้ยโหด ปล่อยกู้ดอกลอยร้อยละ 1,921 ต่อปี ค้นบ้านเจอปืนอีกกระบอก

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.5 ได้สืบสวนพบบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “เจน เจน.” โพสต์ข้อความโฆษณาให้ประชาชนในพื้นที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช กู้เงินออนไลน์โดยติดต่อผ่านเฟซบุ๊กของตนเอง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลเข้าตรวจค้นเป้าหมาย

ต่อมา พ.ต.ท.ร่มไทร ไทรงาม และ พ.ต.ต.สุนทร คงกุล สว.กก.3 บก.สอท.5 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมหมายค้นของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ ค.116/2568 ลงวันที่ 27 พ.ค. 68 เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.8 ต.ชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พบ น.ส.รัชนี อายุ 49 ปี นายธีรศักดิ์ หรือ เจ อายุ 30 ปี น.ส.จิราพร อายุ 27 ปี และ น.ส.อารยา หรือ แค อายุ 21 ปี พักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว

จากการตรวจค้น พบอาวุธปืนพกสั้นชนิดลูกโม่ ยี่ห้อ Holek ขนาด .38 สเปเชียล ความยาวลำกล้อง 2 นิ้ว จำนวน 1 กระบอก ภายในบรรจุกระสุนขนาด .38 สเปเชียล จำนวน 3 นัด และปลอกกระสุนขนาด .38 สเปเชียล จำนวน 1 ปลอก อยู่ในซองพกหนังสีดำ วางซุกซ่อนอยู่ในตู้ภายในห้องนอน น.ส.รัชนีแจ้งว่าอาวุธปืนและกระสุนดังกล่าวเป็นของนายธีรศักดิ์ ลูกชายตนเอง เมื่อเรียกเข้ามาดูของกลาง นายธีรศักดิ์ยอมรับว่าเป็นของตนจริง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลในแท็บเล็ต Apple รุ่น iPad Pro ของ น.ส.จิราพร อายุ 27 ปี พบว่ามีการลงทะเบียนเข้าใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “เจน เจน.” ซึ่งเป็นบัญชีที่ใช้โพสต์โฆษณาปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยตรวจพบข้อมูลการกู้ยืมเงินจำนวน 1,000 บาท โดยคิดดอกเบี้ยวันละ 50 บาท ก่อนโอนเงินให้ผู้กู้ น.ส.จิราพรจะหักดอกเบี้ยรายวันทันที ผู้กู้ต้องคืนเงินเต็มจำนวนตามที่กู้ หากไม่ครบจะยังคงต้องจ่ายดอกเบี้ยรายวัน คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5.26 ต่อวัน หรือ 157.89 ต่อเดือน หรือ 1,921.05 ต่อปี (คำนวณตามสูตรคิดดอกเบี้ยทั่วไป และแอปพลิเคชันของธนาคารแห่งประเทศไทย)

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโทรศัพท์ของ น.ส.รัชนี อายุ 49 ปี พบข้อความสนทนาในแอปพลิเคชันไลน์เกี่ยวกับการเก็บดอกเบี้ยแบบรายวัน โดยยอมรับว่าปล่อยเงินกู้ 4,000 บาท โดยคิดดอกเบี้ยวันละ 200 บาท จนกว่าจะคืนเงินต้นครบ หากคืนบางส่วน ดอกเบี้ยจะลดตามอัตราส่วน (เรียกว่าดอกลอยรายวัน) คิดเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อวัน หรือ 150 ต่อเดือน หรือ 1,825 ต่อปี

จากนั้นตรวจสอบแท็บเล็ต Apple รุ่น iPad Air 5 ของ น.ส.อารยา หรือ แค อายุ 21 ปี พบการสนทนากับผู้กู้ 2 ราย ผ่านแอปฯ Messenger มีการปล่อยกู้เงินต้น 1,000 บาท คิดดอกเบี้ยวันละ 50 บาท จนกว่าจะคืนเงินต้น หรือคิดดอกเบี้ยลดตามอัตราส่วน คิดเป็นร้อยละ 5.26 ต่อวัน หรือ 157.89 ต่อเดือน หรือ 1,921.05 ต่อปี

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหานายธีรศักดิ์ หรือ เจ อายุ 30 ปี “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ส่วนน.ส.รัชนี อายุ 49 ปี, น.ส.จิราพร อายุ 27 ปี และ น.ส.อารยา หรือ แค อายุ 21 ปี แจ้งข้อหา

  • “จัดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใด ๆ ที่เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้”
  • “ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


จับกุมเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์

ปฏิบัติการที่ 2 : กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 รวบเครือข่ายอ้าง “ดร.นิเวศน์” หลอกลงทุนกว่า 11 ล้าน

สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายรายหนึ่งใช้งานแอปพลิเคชัน Facebook พบโพสต์ชักชวนให้เทรดหุ้นโดยอ้างว่ามีผลตอบแทนดี จึงติดต่อสอบถามเพิ่มเติม และได้เพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชัน LINE กับบัญชีที่ใช้ชื่อว่า “ดร.นิเวศน์” เพื่อพูดคุยเรื่องการเทรดหุ้น ก่อนจะถูกเชิญเข้ากลุ่มไลน์ VIP ชื่อ “ผู้นำทางหุ้น 99 ชั้นระดับ VIP”

ต่อมา “ดร.นิเวศน์” ได้แนะนำหุ้นที่น่าสนใจให้ผู้เสียหายทดลองลงทุน โดยให้โอนเงินเข้าแพลตฟอร์มปลอมที่คนร้ายสร้างขึ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปยังบัญชีของคนร้ายรวม 14 ครั้ง เป็นจำนวนทั้งสิ้น 11,780,000 บาท โดยได้รับเงินคืนจริงเพียง 319,863 บาท ส่วนที่เหลือ 11,460,137 บาทไม่สามารถถอนคืนได้ และเมื่อพยายามติดต่อขอถอนเงินพร้อมกำไร คนร้ายกลับอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อให้ฝากเงินเพิ่ม จนในที่สุดจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก

พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการหลายราย ต่อมา พ.ต.ต.สันติ ชื่นชม สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 ได้นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.แก้วตา อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.1428/2567 ลงวันที่ 29 ต.ค. 67 และหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 246/2568 ลงวันที่ 27 ก.พ. 68

โดยผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์มือถือของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด”

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับว่าเมื่อ 1-2 ปีก่อน ขณะตกงานและมีปัญหาทางการเงิน ได้รับการชักชวนจากเพื่อนข้างห้องใน จ.ปราจีนบุรี ให้ไปทำงานเป็นแม่ครัวที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยก่อนเดินทางถูกขอให้เปิดบัญชีธนาคาร 6 บัญชี โดยอ้างว่าจะใช้รับเงินค่าอาหาร และได้รับค่าตอบแทน 1,000 บาท และอีก 8,000 บาทก่อนกลับประเทศไทย ทั้งยังถูกให้สแกนใบหน้าเป็นประจำโดยอ้างว่าทำเพื่อการโอนเงิน โดยไม่รู้ว่าบัญชีของตนถูกนำไปใช้หลอกลวงผู้อื่น


ปฏิบัติการที่ 3 : กก.3 บก.สอท.1 รวบเครือข่ายหลอกลงทุนคริปโต เสียหาย 5.5 ล้าน

จากกรณีที่ผู้เสียหายรู้จักกับคนร้ายผ่าน Facebook และภายหลังได้พูดคุยกันทาง LINE จนเกิดความสนิทสนม ต่อมาคนร้ายได้ชักชวนให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล โดยส่งลิงก์เว็บไซต์ปลอมให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน โดยคนร้ายเป็นผู้สมัครบัญชีลงทุนให้ และให้โอนเงินเพื่อเทรดเหรียญคริปโตตามคำแนะนำ รวมเป็นเงิน 5,500,000 บาท

เมื่อถึงเวลาขอถอนเงินกลับไม่สามารถดำเนินการได้ ผู้เสียหายจึงแน่ใจว่าถูกหลอก

ภายหลัง พ.ต.ท.วัฒนชัย ธนกวินวงศ์ สว.ฯ ช่วยราชการ กก.3 บก.สอท.1 นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.กรินษญาณ์ อายุ 34 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่ จ.417/2567 ลงวันที่ 2 กันยายน 2567

โดยถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ อันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน”


ปฏิบัติการที่ 4 : กก.3 บก.สอท.5 รวบผู้ต้องหาเครือข่ายหลอกลงทุนออนไลน์ เสียหายกว่า 7.6 ล้าน

จากกรณีผู้เสียหายได้รับข้อความทางแอปพลิเคชัน LINE จากคนแปลกหน้าที่ใช้ภาพโปรไฟล์หน้าตาดี ทำการพูดคุยสร้างความสนิทสนม และต่อมาชักชวนให้ลงทุนขายของออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มชื่อดัง โดยอ้างว่าสามารถทำกำไรได้ดี ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินจำนวน 7,695,453 บาท

พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้กระทำผิดหลายราย ต่อมา พ.ต.ต.หญิง เกียรติสุดา แก้วชนะ สว.ฯ ช่วยราชการ กก.3 บก.สอท.5 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนายชัชชัย อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นบัญชีม้าแถวที่ 1 ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2734/2568 ลงวันที่ 13 พ.ค. 68

โดยถูกแจ้งข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบ โดยประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”

เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.5 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


#Thaitabloid#สำนักข่าวไทยแทบลอยด์#ตำรวจไซเบอร์#ข่าวอาชญากรรมวันนี้