เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2561 ที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซ.สวนพลู พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม.พร้อมตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจากศูนย์ปราบปราอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวผู้ต้องหาดำเนินธุรกิจเปิดบริษัทนอมินี ให้กับคนต่างชาติ จำนวน 6 ราย ทำธุรกิจจำหน่ายเครื่องนอนยางพารา

โดยคดีน้ีคณะทำงานสืบสวนพบว่าได้มีชาวต่างชาติ ชื่อนายหม่า โป สัญชาติจีน มีการติดต่อว่าจ้างนายหน้าคนไทย คือนางสาวเซี่ยว เฉิน และ นางสาวสาวิตรี แสงสาตรา สัญชาติไทย ให้จัดหาและว่าจ้าง นายธารวิทย์ บินซาเล , นางภารินี แซ่แต้ สัญชาติไทย และ นางตุ๊กตา เอี่ยมใส ให้จดทะเบียนบริษัท ชื่อ บริษัท รอยัล สลีฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และถือหุ้นแทนนายหม่า โป ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเป็น นายทวีศักดิ์ หมัดเนาะ และนางสาวภคมน หมัดเนาะ สัญชาติไทย เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่

พล.ต.ต.สุรเชษฐ กล่าวว่าการดำเนินการปราบปรามการจัดตั้งนอมินี จากชาวต่างชาติ ในพื้นที่ ห้วยขวางที่มีร้านค้าประเภทนี้มากกว่า 40 ร้านค้า ในวันนี้มีการตรวจสอบและจับไปไปแล้วกว่า 3 ร้านบาท และจะเดินหน้าตรวจค้นปราบปราม กวาดล้างการเข้ามาทำธุรกิจในลักษณ์นี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้ชาวไทยที่ยังรับเป็นนอมินีของชาวต่างชาติให้หยุดการกระทำ หากยังไม่หยุด สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะดำเนินการกวาดล้างจับกุมต่อไป โดยการทำงานในคดีนี้จะเป็นการทำงานควบคู่กับสถานกงศุลจีนประจำประเททศไทย เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เบื้องต้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ สามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ได้แล้ว รวม 6 ราย ยังคงอยู่ระกว่างการติดตามตัวอีก 2 ราย คือ นายธารวิทย์ และนางตุ๊กตา สองชาวไทยที่ทำหน้าที่ในการรับว่าจ้างมาจดตั้งบริษัท ผู้ต้องหาทั้งหมดเข้าข่ายความผิด ตาม ม.36 พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 1 แสน ถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในขณะเดียวกัน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว Mr.NKOSINATHI PRINCE DLADLA สัญชาติแอฟริกาใต้ หลังสามารถจับกุมได้พร้อมของกลาง โคเคน จำนวน 5 ก้อน นำหนักรวมกว่า 4.1 กรัม โดยการจับกุมเกิดขึ้นหลังจากมีข้อมูลจากสายลับ ว่ามีหญิงชาวไทยทำหน้าที่นัดหมายและจะส่งยาเสพติดดังกล่าวให้ผู้ต้องหา แถวย่านสุขุมวิท จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ จนในเวลาต่อมาพบตัวผู้ต้องหา จึงแสดงตัวเข้าจับกุม บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านบางนา และพบของกลางดังกล่าว

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ติดต่อซื้อยาเสพติดกับชายต่างชาติผิวสีรายหนึ่ง ก่อนจะได้รับการนัดหมายให้มารับยาเสพติดกับหญิงชาวไทย ที่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ขอเปิดเผย รายละเอียดในส่วนของชายผิวสีที่ขายยาเสพติดและหญิงชาวไทย ที่นำยาเสพติดมาส่งให้ผู้ต้องหา ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา Mr.NKOSINATHI PRINCE DLADLA มียาเสพติดให้โทษประเภท 2(โคเคน หรือโคคาอีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฏหมาย

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้มีการขยายผลไปตรวจค้นห้องพัก ของผู้ต้องหาในย่านบางนา ยังพบ ตัว Mr.MOLOI BENJAMI สัญชาติแอฟริกาใต้ อีกราย จากการสอบสวนไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในคดียาเสพติด แต่ตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่ามีการพักอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กำหนด (การอนุญาตสิ้นสุดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 ) จึงแจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง

ต่อมา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าการกู้เรือฟินิกส์ล่ม ที่จังหวัดภูเก็ต ส่วผลให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ว่าขณะนี้ได้มีการประสานงานกับประเทศสิงค์โปร์ ในการนำเรือเครนหนักพันตัน เข้ามาเพื่อกู้เรือฟินิกส์ขึ้นมาจากทะเล โดยมีกำหนดการวันที่ท7 พฤศจิกายนนี้ จะมีการเตรียมการยกเรือ1-2 วัน ก่อนจะยกเรือขึ้น

โดยตนเองเชื่อว่าน่าจะทำการกู้ซากเรือฟินิกส์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเรือมีน้ำหนักเพียง 200 ตัน แต่เรือเครนมีนำ้หนักพันตัน ซึ่งทางหากการกู้เรือพ้นน้ำแล้วขึ้นแล้วทางพล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญตำรวจแห่งชาติ และตนเองก็จะได้นำสำนวนส่งอัยการให้ดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นการทำให้ทางรัฐบาลจีนเชื่อมั่นและเห็นความตั้งใจในการดำเนินการของทางประเทศไทย