ศาลชี้เหตุจำคุก 2 ยกฟ้อง 6 คดีช่วย”บอส “มิต้องรับโทษ(ตอนจบ)                                         

580


                                         
  ตอนที่ 2 นำเสนอกรณีจำเลยถูกกล่าวหาว่ามีการสมคบคิดช่วยเหลือ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดงขับรถยนต์ชนตำรวจสน.ทองหล่อ เสียชีวิต เพื่อให้รับโทษน้อยลงหรือมิต้องรับโทษ ซึ่งศาลชี้ว่าไม่จำเลย 6 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผบ.ตร.และอดีต สนช. จำเลยที่ 1 พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข อดีตผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง จำเลยที่ 2 พ.ต.อ.วรดล ทับทิมดี อดีตพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ จำเลยที่ 3 นายธนิต บัวเขียว อดีตทนายความนายวรยุทธ จำเลยที่ 5 นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร อดีตสมาชิกวุฒิสภา จำเลยที่ 6 และ นายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จำเลยที่ 7 มิได้สมคบกันทำผิดกฎหมาย


         ขณะเดียวกันนักวิจารณ์ทั้งหลายที่เคยใช้ข้อมูลจากสื่อนำมาต่อเป็นจิ๊กซอร์ชี้นำว่าจำเลยน่าจะใช้อิทธิพล บังคับ กดดัน  พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์(สบ2)ให้ยึดถือการการคำนวณความเร็วตามที่จำเลยที่ 7 คำนวณไว้ ยังคาใจถึงประเด็นที่ศาลยกฟ้องจำเลย 6 คน


          จากประเด็นดังกล่าวศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้เผยแพร่คำพิพากษาตอนหนึ่งระบุว่า ปัญหาว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 4ถึงที่ 7 ใช้อิทธิพล บังคับ กดดัน และโน้มน้าวให้พ.ต.อ.ธ ให้ยึดถือวิธีการคำนวณตามที่จำเลยที่ 7 เสนอ โดยสมคบกันกระทำผิดด้วยการวางแผนร่วมกันเปลี่ยนแปลงความเร็วของรถยนต์หรือไม่


      โดยต้องวินิจฉัยก่อนว่ามีการร่วมประชุมแสดงวิธีคำนวณความเร็วเมื่อใด ไฟล์คลิปบันทึกเสียง รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่ เห็นว่าสามไฟล์คลิปเสียงไม่ใช่ต้นฉบับของมูลบันทึกเสียง จำเลยนำพยานเข้าไต่สวนหักล้างได้ว่าโปรแกรมM เป็นโปรแกรมใช้งานทั่วไป มีการดัดแปลงข้อมูลเช่นวันบันทึก ชื่อไฟล์ได้ง่าย โดยไม่มีการแสดงต้นฉบับ น่าเชื่อว่ามีการดัดแปลงแก้ไขเกี่ยวกับวันเวลาที่บันทึกข้อมูล


    ประกอบมีการโอนถ่ายข้อมูลคัดลอกไฟล์กันมาเพื่อส่งพิสูจน์ ทำให้วันเวลาที่บันทึกคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง รายงานสรุปผลตรวจสอบพยานหลักฐานดิจิตอลไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานยืนยันวันเวลาที่เกิดเหตุได้ กับบันทึกคำพยานปาก พ.ต.อ.ธ ต่อคณะกรรมป.ป.ช. 6 ครั้ง ไม่ได้ให้การว่ามีการประชุมวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 เพิ่งมาปรากฏเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 พฤติการณ์ในส่วนนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่ชัดว่าจะให้การตรงไปตรงมาในแง่ของวันเวลาที่ประชุม อันเป็นการปกปิดข้อเท็จบางส่วน ซึ่งพยานหลักฐานของจำเลยหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ และน่าเชื่อถือมากกว่ามีการ่วมประชุมวิธีการแสดงความเร็วเพิ่มเต็มเพียงวันที 29 กุมภาพันธ์ 2559 วันเดียวเท่านั้น


  ต่อกรณีพยานที่เป็นคลิปเสียงในวันที่มีการประชุมศาลได้ให้จำเลยตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์เสียง จำเลยที่ 1ถึงที่3ที่ 5 และที่ 7 ไม่ปฏิเสธว่าเป็นเสียงของตน แต่โต้แย้งว่าคลิปเสียงไม่มีความสมบูรณ์เพียงพอ เช่นขาดหายเป็นบางช่วง ศาลจึงรับฟังข้อมูลไฟล์เสียงประกอบการพิจารณา โดยรับฟังได้เฉกเช่นเดียวกับคนกลาง ซึ่งพยานหลักฐานมิได้เกิดจากการก่อให้จำเลยกระทำผิดและเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง  จึงไม่ได้เป็นหลักฐานที่ได้มาโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้มาโดยมิชอบ ศาลจึงใช้ดุลพินิจพยานหลักฐานนี้ได้


  แต่ในส่วนพยานปาก พ.ต.อ.ธ จำเลยทุกคนต่างให้การโต้แย้งและนำสืบถึงความไม่น่าเชื่อถือ จึงเห็นควรวินิจฉัยก่อนว่าคำให้การชั้นต่างๆของพ.ต.อ.ธรับฟังได้หรือไม่ เห็นว่าพ.ต.อ.ธเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าร่วมกระทำผิด เมื่อได้ให้ถ้อยคำหรือแจ้งเบาะแส หรือข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญในการที่จะใช้เป็นพยานหลักฐาน วินิจฉัยชี้มูลความผิดของเจ้าพนักง่านของรัฐ เมื่อคณะกรรมการป.ป.ช กันพ.ต.อ.ธ เป็นพยาน ก่อนที่จะถูกกันเป็นพยานพ.ต.อ.ธ เชื่อในหลักการคำนวณของจำเลยที่ 7 เนื่องจากมีประสบการณ์และเคยช่วยเหลือกองพิสูจน์หลักฐานมามาก


   พ.ต.อ.ธ บอกว่าขณะดูการคำนวณของจำเลยที่ 7ไม่พบข้อบกพร่อง น่าจะมีความคลาดเคลื่อนน้อยกว่าวิธีการคำนวณของตน  วิธีการคำนวณแบบใหม่ที่จำเลยที่ 7 คิดและนำเสนอ ตนต้องนำไปคิดต่อและปรึกษาเพื่อนร่วมงานหลายคน จนหักล้างวิธีคิดเดิมของตนได้ และระหว่างประชุมไม่เคยถูกจำเลยคนใด กดดัน โน้มน้าว ให้ยึดถือการคำนวณตามจำเลยที่ 7

ในเอกสารของศาลอาญาทุจริตฯได้อธิบายถึงหลักฐานต่างๆจากทั้งคณะกรรมการของป.ป.ช.ที่พ.ต.อ. ธ ไปให้การจนมีการวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อว่ากลับไปกลับมา ซึ่งศาลต้องรับฟังพยานปากนี้ด้วยความระมัดระวัง ส่วนจำเลยที่ 1 พูดขณะร่วมประชุมสนทนาเกี่ยวกับการคำนวณความเร็ว มีการบันทึกเสียงไว้และพยานในวงประชุมชื่อนาย ม.วิศวกรคณะบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมนานาชาติฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระนครเหนือ ยืนยันว่าบรรยากาศในห้องประชุมผ่อนคลายสบายๆคุยแลกเปลี่ยนความเร็วกันปกติ ไม่มีการกดดัน จำเลยที่ 1 พูดเสียงดังฟังชัดเจน โทนเสียงปกติไม่มีความเข้มดุดันหรือวางอำนาจ


  เอกสารยังระบุว่า ศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานต่างทั้งจากคลิปเสียงรวมถึงคำให้การของพล.ต.อ.ม ในฐานะพยานยืนยันว่าจำเลยที่ 1 มิได้สั่งการให้ใช้อำนาจหน้าที่ไปดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่อย่างใด จากพยานหลักฐานทางไต่สวนและนำสืบไม่เพียงพอให้รับฟังว่าจำเลยที่ 1 โน้นน้าวกดดัน บังคับพ.ต.อ.ธ ยึดถือวิธีการคำนวณของจำเลยที่ 7 แต่อย่างใด ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3พยานหลักฐานยังรับฟังไม่ได้ว่าโน้มน้าว บังคับ กดดัน ใช้อิทธิพลบีบให้พ.ต.อ.ธเปลี่ยนแปลงความเร็วและสอบปากคำเพิ่มเติมให้เปลี่ยนความเร็วแต่อย่างใด


    เอกสารข่าวของศาลอาญาคดีทุจริตฯที่แจกสื่อมวลชน ได้นำเสนอคำพิพากษาอย่างรอบด้านมีความยาว 20 หน้ากระดาษเอ 4 และหน้าที่ 21-34 อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง บันทึกความแย้งคำพิพากษาไว้ด้วย คดีจะจบแบบไหนคงต้องติดตาม


 แต่ที่”จอมมารน้อย”หยิบบางตอนมานำเสนอเพียงเพื่อสื่อสารว่าเมื่อเกิดคดีความต่างๆสังคมต้องเสพข่าวอย่างมีสติ สื่อมวลชนและนักวิจารณ์ทั้งหลายควรนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่ชี้ชัดหรือตัดสินว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาทำผิดแล้ว โดยที่คดียังไม่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการทางศาลให้ผู้พิพากษาตัดสินชี้ขาดเลย  !!!