ที่ กองปราบปราม นายธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชายของ นายจิรัช​พิสิษฐ์ หรือ บูม ดารานักแสดงชื่อดัง ผู้ต้องหาร่วมกับคนในครอบครัวจารวิจิต หลอกลวง นายเออาร์นี ออตตาวา ชาวฟินแลนด์ให้โอนเงินสกุลบิทคอยน์มาร่วมลงทุน มูลค่าความเสียหาย 797 ล้านบาท​ พร้อมด้วยทนายความเดินทางมาเข้าพบ พันตำรวจ​โท​ สัณห์เพ็ชร หนูทอง รองผู้กำกับ​การ​สอบสวน​ กองกำกับการ 1​ กอง​บังคับการ​กองปราบ​ปราม​ (รอง ผกก.สอบสวน กก.1 บก.ป.)​ ตามหมายเรียก เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหา​ “ร่วมกันฟอกเงิน” เพิ่มอีกคดี โดยก่อนหน้านี้เคยถูกพนักงานสอบสวนเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา “ฉ้อโกง” ไปแล้วเมื่อวันที่ 29 ส.ค.61 ที่ผ่านมา

นายธนสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้มารับทราบข้อกล่าวหาตามที่เจ้าหน้าที่นัดหมาย ในคดีร่วมกันฟอกเงินและมาพูดคุยและชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในเบื้องต้น ซึ่งในส่วนของรายละเอียดทางคดีทางตนจะเร่งทำหนังสือชี้แจงโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามสำหรับคดีนี้ตนไม่ได้หนักใจมากนัก และคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา และยืนยันว่าตนเองไม่เคยพูดคุยในเรื่องของการลงทุนกับผู้เสียหาย ส่วนเรื่องเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ในส่วนนี้ตนเองมีเอกสารหลักฐานมายืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง และมั่นใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นคดีฉ้อโกงและคดีฟอกเงิน

นายธนสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าเคยพบปะพูดคุยกับผู้เสียหายมากกว่า 2 ครั้ง โดยรู้จักกับผู้เสียหายเพราะมีบุคคลอื่นแนะนำให้รู้จัก และทราบดีว่าผู้เสียหายทำธุรกิจเกี่ยวกับบิทคอยน์ แต่ขอยืนยันว่าทุกครั้งที่พบเจอกัน ตนไม่ได้เป็นล่ามในการเจรจากับผู้เสียหายและทุกครั้งที่พูดคุยกับผู้เสียหายก็ไม่เคยมีการพูดคุยกันถึงเรื่องการลงทุนทางธุรกิจแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนี้คาดว่าจะมีการนัดคุยทำความเข้าใจกับผู้เสียหายอีกครั้ง เพราะคิดว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นการเข้าใจผิดมากกว่า และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเงินของผู้เสียหายโอนเข้ามาในบัญชีตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนที่เข้าออกบัญชีตัวเองนั้นมาจากบริษัทบิทคอยน์ประเทศไทยจำกัดซึ่งเป็นบริษัทที่ขึ้นตรงกับธนาคารแห่งประเทศไทยจำกัด และซื้อขายอย่างถูกกฎหมายและจะนำหลักฐานมาพิสูจน์กับทางเจ้าหน้าที่ต่อไป