ปทุมวันจัดระเบียบทางเท้าถนนบรรทัดทอง ชวนร้านค้าติดตั้งบ่อดักไขมัน

284

รองผู้ว่าฯกทม.ลงพื้นที่จัดระเบียบทางเท้าถนนบรรทัดทอง ชวนร้านค้าติดตั้งบ่อดักไขมัน พัฒนาสวนอาคารสามย่านมิตรทาวน์ คุมเข้มค่าฝุ่นจิ๋วโครงการ Embassy Wireless ถนนวิทยุ ชมต้นแบบคัดแยกขยะศูนย์การค้าสยามพารากอน

(25 มี.ค. 68) เวลา 13.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในพื้นที่เขตปทุมวัน ประกอบด้วย

ติดตามการจัดระเบียบทางเท้าบริเวณถนนบรรทัดทอง ตั้งแต่แยกสะพานอ่อนถึงแยกจรัสเมือง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านทาง Traffy Fondue ถึงความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีร้านอาหารตั้งวางเก้าอี้บนทางเท้าถนนบรรทัดทอง มีการตั้งวางสินค้ารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทางเท้า มีการเทน้ำเสียลงในท่อระบายน้ำ ซึ่งก่อให้เกิดความสกปรกและเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์แก่ประชาชนผู้ที่ใช้ทางเท้าในการสัญจร ที่ผ่านมา เขตฯ ได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือร้านอาหาร ไม่ให้ตั้งวางสิ่งของและอุปกรณ์กีดขวางพื้นที่ทางเท้า จัดที่สำหรับรอคิวของลูกค้าไม่ให้กีดขวางทางสัญจรของประชาชน รวมถึงห้ามเทน้ำเสียลงในท่อระบายน้ำ โดยร้านค้าจะต้องติดตั้งถังดักไขมัน เพื่อรองรับน้ำทิ้งที่ปนเปื้อนไขมัน แยกไขมันออกมากำจัด ก่อนปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ท่อระบายน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่บ่อพักน้ำและท่อระบายน้ำบริเวณร้านอาหาร จะมีไขมันปนเปื้อนไปกับน้ำทิ้ง ก่อให้เกิดปัญหาการสะสมของไขมัน ส่งผลทำให้ท่อระบายน้ำอุดตัน กีดขวางทางไหลของน้ำ เมื่อฝนตกหนักจึงก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง โดยร้านค้าที่ติดตั้งถังดักไขมัน จะนำเศษอาหารที่ติดอยู่กับตะแกรงออกมาทิ้ง ตักไขมันออกจากบ่อดักไขมันเป็นประจำทุก 1-2 วัน โดยสังเกตจากไขมันที่จับตัวเป็นคราบไขมันหนาลอยอยู่ เมื่อตักไขมันใส่ในถุงแล้วผูกปากถุงให้เรียบร้อยก่อนนำไปทิ้งรวมกับขยะมูลฝอยทั่วไป

พร้อมกันนี้ได้สอบถามถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 13 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 222 ราย ดังนี้ 1.ซอยร่วมฤดี ผู้ค้า 5 ราย 2.ซอยปลูกจิต ผู้ค้า 24 ราย 3.ซอยโปโล ผู้ค้า 3 ราย 4.สะพานหัวช้าง ถนนพระรามที่ 1 ผู้ค้า 6 ราย 5.ข้างสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ผู้ค้า 99 ราย 6.ซอยเกษมสันต์ 3 ผู้ค้า 3 ราย 7.ซอยจุฬาลงกรณ์ 4 ผู้ค้า 7 ราย 8.ซอยเกษมสันต์ 1 ผู้ค้า 6 ราย 9.ถนนพระรามที่ 6 ฝั่งตะวันออก ผู้ค้า 35 ราย 10.ถนนพระรามที่ 6 ฝั่งตะวันตก ผู้ค้า 4 ราย 11.ถนนพระรามที่ 6 หน้าส.โบตั๋น ผู้ค้า 6 ราย 12.ถนนจรัสเมือง ตรงข้ามสีตบุตร ผู้ค้า 16 ราย 13.ถนนจรัสเมือง หน้าแฟลตรถไฟ ผู้ค้า 8 ราย ส่วนพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน จำนวน 1 จุด คือหน้าวัดดวงแข ผู้ค้า 38 ราย นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำ Hawker Center จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1.ตลาดประตู 5 สวนลุมฯ ผู้ค้า 108 ราย 2.ตลาดหัวมุมแยกราชดำริ ผู้ค้า 14 ราย ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 2 จุด ได้แก่ 1.ถนนรองเมือง (ริมรั้วรถไฟ) ผู้ค้า 4 ราย ยกเลิกวันที่ 1 มกราคม 2567 2.ถนนหลังสวน ผู้ค้า 24 ราย ยกเลิกวันที่ 30 เมษายน 2567 ในปี 2568 ยกเลิกพื้นที่ทำการค้า จำนวน 2 จุด ได้แก่ 1.ซอยต้นสน ผู้ค้า 17 ราย 2. หน้าห้างสยามสเคป ถนนพญาไท ผู้ค้า 9 ราย ยกเลิกวันที่ 1 มกราคม 2568 ส่วนรอบศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ผู้ค้า 3 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการยกเลิก รวมถึงยกเลิกพื้นที่รอประกาศให้เป็นพื้นที่ทำการค้า จำนวน 3 จุด ได้แก่ 1.บริเวณตลาดโรเล็กซ์ ถนนวิทยุ ผู้ค้า 20 ราย ยกเลิกวันที่ 1 มกราคม 2567 2.ถนนสารสิน ผู้ค้า 25 ราย ยกเลิกวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 3.ถนนหลังสวน ผู้ค้า 34 ราย ยกเลิกวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ในปี 2568 เขตฯ จะยกเลิกพื้นที่ทำการค้าอีก 2 จุด ได้แก่ 1.ถนนพระรามที่ 6 ฝั่งตะวันออก ผู้ค้า 35 ราย 2.ถนนพระรามที่ 6 ฝั่งตะวันตก ผู้ค้า 4 ราย กำหนดยกเลิกเดือนเมษายน 2568

พัฒนาสวน 15 นาที สวนอาคารสามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งอาคารดังกล่าวได้จัดทำสวนบริเวณชั้น G และบริเวณดาดฟ้า ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ จัดทำม้านั่งภายในสวน ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ 1.สวน 15 นาที สะพานชิดลม พื้นที่ 800 ตารางเมตร 2.สวน 15 นาที แยกปทุมวัน ข้างป้อมสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ด้านหน้า MBK Center พื้นที่ 96.23 ตารางเมตร 3.สวน 15 นาที ภายในโครงการวัน แบงค็อก โซน A และโซน E พื้นที่ 30 ไร่ 4.สวน 15 นาที ภายในโครงการวัน แบงค็อก โซน B โซน C โซน D โซน F และโซน H พื้นที่ 20 ไร่ 5.สวน 15 นาที Pathumwan Pocket Park แยกปทุมวัน ฝั่ง Siam Square พื้นที่ 426.61 ตารางเมตร 6.สวน 15 นาที แยกสามย่าน พื้นที่ 519.33 ตารางเมตร อยู่ระหว่างดำเนินการ 7.สวน 15 นาที ซอยสมคิด พื้นที่ 65.56 ตารางเมตร อยู่ระหว่างดำเนินการ 8.สวนอาคารสามย่านมิตรทาวน์ พื้นที่ 6,999 ตารางเมตร ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ สำรวจพื้นที่ว่างเพื่อจัดทำสวน 15 นาที ให้ครบ 10 แห่ง ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้พื้นที่และความต้องการของประชาชนในชุมชน เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง

ตรวจมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โครงการ Embassy Wireless ถนนวิทยุ ซึ่งเป็นการก่อสร้างอาคารพักอาศัยความสูง 41 ชั้น ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ. 2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด อาทิ จัดทำบ่อล้างล้อรถบรรทุกบริเวณด้านหน้าทางเข้าออกโครงการ เปิดเครื่องพ่นละอองน้ำในช่วงเวลาทำงาน ล้างทำความสะอาดพื้นไม่ให้มีเศษหินดินทรายตกค้าง ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด ติดตั้งเครื่องตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 บริเวณด้านหน้าทางเข้าออกโครงการ โดยสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิ ประเภทสถานประกอบการ/โรงงาน ประเภทแพลนท์ปูน ประเภทสถานที่ก่อสร้าง ประเภทตรวจวัดควันดำในสถานที่ต้นทาง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 กำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมค่าฝุ่น PM2.5 ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ ศูนย์การค้าสยามพารากอน พื้นที่ 500,000 ตารางเมตร มีผู้มาใช้บริการ 150,000 คน/วัน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะตั้งแต่ปี 2560 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกขยะเศษอาหาร นำไปเป็นอาหารสัตว์ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ สารปรับปรุงดิน 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล โดยนำไป Recycle Reduce Upcycling และนำมาจำหน่ายที่ Ecotopia ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่ 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป เขตฯ จัดเก็บทุกวัน 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย เขตฯ จัดเก็บไปกำจัดอย่างถูกวิธี สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ ทั้ง 3 ประเภท รวมกันก่อนคัดแยก 9,000 กิโลกรัม/วัน ขยะทั่วไปหลังคัดแยก 6,000 กิโลกรัม/วัน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 1,000 กิโลกรัม/วัน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 2,000 กิโลกรัม/วัน ขยะอันตรายก่อนและหลังคัดแยก 1.5 กิโลกรัม/วัน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่างๆ เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะเศษอาหาร ที่สามารถนำมาทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ได้ รวมถึงขยะทั่วไปที่มีเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ปริมาณขยะที่คัดแยกแต่ละประเภทมีจำนวนลดลง โดยจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่

ในการนี้มี นายอิทธิพล อิงประสาร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตปทุมวัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล