“ภูลมโล” สัมผัสอากาศหนาว หุบเขาสีชมพู

603

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว สำหรับใครที่สนใจชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่สวยและใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บนรอยต่อของสามจังหวัดคือ พิษณุโลก เลย และ เพชรบูรณ์ มีเนื้อที่กว่า 1,200 ไร่ มีต้นนางพญาเสือโคร่งหลายหมื่นต้นแบ่งเป็น 7 แปลง ตอนนี้หลายแปลงกำลังออกดอกชู่ช่อสวยงามสุดๆ แต่ก็มีหลายแปลงที่ใบเริ่มแตกยอดอ่อนแซมกับดอก ช่วงสัปดาห์นี้เหมาะที่สุดสำหรับการมาเที่ยว เพราะอากาศยังคงหนาวเย็นสุดๆ ข่าวว่าเช้าๆมีแม่คะนิ้งติดกัน 4 วันติด เสียดายที่รอบนี้ไม่ได้ขึ้นไปตอนเช้าๆเลยไม่ได้เจอแม่คะนิ้ง

ช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมารองเท้าแก้วกลับบ้านที่พิษณุโลกเลยถือโอกาสขึ้นไปเที่ยวที่ภูลมโลมาเหมือนกัน เพราะช่วงสัปดาห์นี้ถือว่าดอกบานสะพรั่งย้อมภูเขาทั้งลูกให้เป็นสีชมพูสวยงามโรแมนติกสุดๆใครที่จะไปช่วงนี้เหมาะที่สุด ย้ำอีกครั้งว่าทางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ไม่อนุญาตให้นำยานพาหนะส่วนเข้าไปในเขตภูลมโล แต่ให้ใช้รถบริการของชุมชน ค่าบริการเหมาคันละ 1,000 บาท (จอยกรุ๊ปกันได้) ตกคนละ100 บาท ถูกสุดๆกับเส้นทางที่ต้องผจญ(ฝุ่น) เตรียมเสื้อเตรียมหมวกเตรียมแว่นกันให้ดีดี เพราะฝุ่นเยอะจริงๆ

สำหรับ ภูลมโล ตั้งอยู่บนรอยต่อของ3จังหวัด คือพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย สูงจากระดับน้ำทะเล 1,664 เมตร อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่เยอะที่สุดในประเทศไทย ในพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ มีต้นนางพญาเสือโคร่งนับหมื่นต้น อยู่ห่างจากที่ทำการ อช.ภูหินร่องกล้า เพียง 15 กม.ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวภูลมโลอยู่ในช่วงฤดูหนาว โดยดอกนางพญาเสือโคร่งจะบานในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.ของทุกปี


“จุดไฮไลค์ที่ต้องห้ามพลาดเลย คือจุดชมวิวบ้านร่องกล้า หมู่บ้านที่ได้รับฉายาว่าญี่ปุ่นเมืองไทย เพราะที่นี่จะมีต้นพญาเสือโคร่งขึ้นตามหมู่บ้านและออกดอกพร้อมกัน ทำให้หมู่บ้านคล้ายถูกแต่งแต้มไปด้วยสีชมพู ยิ่งตอนเช้าๆจะมีหมอกลอยล่องในหมู่บ้าน ยิ่งทำให้สวยขึ้นไปอีก ซึ่งจุดนี้สามารถนำรถขึ้นไปจอดบนลานวัดป่าบ้านร่องกล้า และเดินต่อไปอีกประมาณ 250 เมตรก็จะถึงจุดชมวิวสวยๆ อย่าลืมขึ้นไปกราบพระเพื่อความเป็นสิริมงคลกันด้วย จะได้พบเจอแต่สิ่งดีดี”

สำหรับ ข้อควรรู้ก่อนไปชมซากุระที่ภูลมโลรองเท้าแก้วเห็นเพจนาวีมีกล้องสรุปไว้ดีมาก เลยขออนุญาตนำมาบอกกล่าวกับแฟนๆคอลัมน์ดังนี้ ประการแรก ภูลมโลมีทางเข้า 2 ทางคือบ้านร่องกล้า และบ้านกกสะทอน ทั้ง 2 ทางเป็นทางลูกรังทั้งหมด ทางบ้านร่องกล้าจะมีระยะทางสั้นกว่า ประมาณ 7-8 กม. ทางค่อนข้างแคบ รถสวนกันได้พอดี บางช่วงสูงชันสวนกันไม่ได้และซับซ้อน อุทยานออกกฏไม่ให้นำรถส่วนตัวเข้าไปเองเนื่องจากทางบางช่วงต้องใช้ความชำนาญจึงจะขับเข้าไปได้ และป้องกันปัญหาที่อาจตามมาจากการใช้รถส่วนตัว

ประการที่สอง ฝุ่นตลบ เนื่องจากทางเป็นทางลูกรัง ประกอบกับรถโดยสารเป็นกระบะเปิดท้าย ทำให้ผู้โดยสารได้กินลม ชมวิวและรับฝุ่นไปด้วย ก่อนขึ้นรถอาจนำอุปกรณ์กันฝุ่นไปด้วย เช่น แมสก์ เสื้อกันฝน (ซึ่งมีจำหน่าย ณ จุดขึ้นรถ)และทางที่ดีใครมีชุดสวยๆที่ไม่ต้องการให้เปื้อนฝุ่นตอนถ่ายภาพกับดอกไม้ ก็นำไปเปลี่ยนได้

ส่วนแปลงปลุกซากุระที่ภูลมโล มีมากกว่า 7-10 แปลง กินพื้นที่บนภูเขาราวๆ 1500 ไร่ ต้นซากุระแต่ละแปลงบานไม่พร้อมกัน ซึ่งตอนนี้ 19/1/68 บานแบบสวยๆแล้วเพียงแค่ 3-4 แปลง ที่สามารถถ่ายรูปสวย ใครที่มาต้นถึงกลางกุมภาแอดว่ายังทัน เพราะยังมีอีกหลายแปลงที่พึ่งเริ่มบาน

ไฮไลค์อีกอย่างคือ การชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูลมโลเป็นกิจกรรมยอดฮิต แต่คนจะเยอะมาช่วงเสาร์อาทิตย์ คนนับรอยอยากเห็นฟ้าสางที่ภูลมโลโดยพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้ใครอยากร่วมกิจกรรมดังกล่าวต้องจองรถล่วงหน้า และนัดรถมารับตั้งแต่ตี 5 เพื่อขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้น

ทั้งนี้ ด้านในภูลมโล มีบริการห้องน้ำ แต่น้อย ส่วนการบริการเก็บขยะไม่มี เพราะฉะนั้นวางแผนการจัดการขยะไปด้วย และไม่มีอาหารจำหน่ายนะครับ เตรียมท้องให้อิ่มก่อนไปจะดีมากว่า สำหรับ รถพาเที่ยว จุดขึ้นรถฝั่งบ้านร่องกล้ามี 2 จุด จุดที่ 1 อยู่ที่บ้านร่องกล้าใกล้กับตลาดนัดเด็กดอย และจุดที่ 2 อยู่ในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตรงจุดบริการนักท่องเที่ยว (จุดนนี้จะมีที่จอดรถส่วนตัวเยอะหน่อย ค่าบริการอบละ 1000 บาท นั่งได้ 10 คน หรือถ้ามาไม่ถึง 10 จะเหมาก็ได้ รถจะพาเที่ยวจุดสำคัญๆ รอบละประมาณ 1.5-3 ชั่วโมง แล้วแต่ความพอใจของลูกค้า จริงๆแล้วไม่มีการจำกัดเวลา แต่ก็ขอความเห็นใจจากนักท่องเที่ยวทุกท่านไม่เกิน 3 ชั่วโมงเพื่อให้คนขับรถได้ไปต่อคิวนำนักท่องเที่ยวรอบต่อไปเข้ามาบ้าง เพราะรถหมดไวมากกก แต่นักท่องเที่ยวท่านใดพบเห็นรถบริการไม่ดี เร่งรอบ ไม่สุภาพ ร้องเรียนได้ที่อุทยานเลย

ใดๆขอความร่วมมือ อย่าเด็ดดอกไม้ การชมดอกไม้ เป็นธรรมเนียมที่เราทราบกันทั่วโลกว่า การชมธรรมชาติก็ควรอนุรักษ์ไว้ให้คงความเป็นธรรมชาติมากที่สุด ไม่ควรโน้มกิ่งหรือเด็ดดอกไม้ เพราะกว่าพญาเสือโคร่งที่นี่จะบาน มีแค่ปีละครั้ง และบางคนผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่ามาหลายปี เค้านับวันรอขึ้นมาถ่ายภาพกับดอกไม้ แต่จะน่าเสียใจนะครับที่คนที่ได้มาชมก่อนกลับทำลายสิ่งสวยงามเหล่านี้

ขอบคุณข้อมูล/ภาพบางส่วน จาก เพจนาวีมีกล้อง

by รองเท้าแก้ว