นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี 4 รัฐมนตรี ที่มีชื่อเป็นผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่ยอมลาออกเพื่อสร้างความได้เปรียบเลือกตั้ง ว่า ถือเป็นสิ่งบ่งชี้สำคัญ ว่ารัฐบาล คสช.ฟังเสียงประชาชนแค่ไหน แล้วหลายกรณีก่อนหน้านี้ก็เป็นแบบนี้ เช่น แหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน ไม่ต้องออก กกต.ชี้ขาดรัฐมนตรีถือครองหุ้นจนขาดคุณสมบัติ ก็ไม่ต้องออก 4 รัฐมนตรี พร้อมข้าราชการการเมืองในสังกัดของรัฐบาล คสช.จำนวนมาก ไปทำงานการเมืองก็ไม่ต้องออก คุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาลของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีหรือไม่ แสดงถึงความเคารพต่อประชาชนว่ารัฐบาลนี้มีแค่ไหน

“รัฐมนตรีใน ครม.ไม่มีใครเตือนใคร ไม่มีการกดดันกันเลยหรือ แถมยังส่งแกนนำรัฐบาล คสช.ทั้งหลายออกมาช่วยกันอธิบายว่า กฎหมายไม่ได้ห้าม ยิ่งอธิบาย ยิ่งทำลายความไว้วางใจจากประชาชนหรือไม่ เพราะความรับผิดชอบทางการเมือง สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย” นายอนุสรณ์ กล่าว

นายอนุสรณ์ กล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลา 4 – 5 ปีที่ผ่านมา พวกท่านช่วงชิงความได้เปรียบไว้มากแล้ว ถ้าประชาชนสัมผัสได้ถึงผลงาน รู้สึกได้ถึงความอยู่ดีกินดี ยังไงประชาชนก็เลือก แต่ถ้าผลงานไม่เป็นสับปะรด ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ค่าครองชีพแพง ค่าแรงถูก หนี้ครัวเรือนสูง ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ เศรษฐกิจฐานรากมีปัญหา แล้วยังมาคิดเล็กคิดน้อยเอาเปรียบคนอื่น ประชาชนจะยิ่งเบื่อหน่ายหรือไม่

“อย่าไปคิดว่าการซุกปัญหาไว้ใต้พรม ไม่มีใครกล้ามาเรียกร้องท่าน เป็นแนวทางที่ถูก ยิ่งกดทับมากเท่าไหร่ เวลาที่ระเบิดออกมาจะรุนแรงมากขึ้น วันนี้ประชาชนมีคำตอบหมดแล้ว พร้อมจะประกาศให้โลกรู้และระเบิดออกมาในวันเลือกตั้ง ฟังเสียงประชาชนบ้าง ไม่ใช่ทำทุกอย่างตามที่ใจต้องการ อยากปลดล็อกเมื่อไหร่ อยากลาออกเมื่อไหร่ ก็เอาที่ตัวเองสบายใจ แบบนี้ก็ได้หรือ เชื่อเถอะว่าประชาชนชาวไทยจำแม่น ว่าพวกท่านดูถูกประชาชนหรือไม่” นายอนุสรณ์ กล่าว