นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค กล่าวว่า เนื่องจากข้ออ้างของกลุ่มอาหารสัตว์เครือยักษ์ใหญ่ในประเทศนี้ระบุว่าข้าวโพดและพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ไม่เพียงพอภายในประเทศจึงมีการนำเข้าและไม่จ่ายภาษี หรือได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดเก็บภาษีนำเข้าเป็น 0% แนวทางหนึ่งที่ควรทำควบคู่กันไปคือการทันไปจัดเก็บภาษีการนำเข้าข้าวสาลี ข้าวบาเล่ย์ 27% เป็นอย่างต่ำ ควรทำทุกอย่างให้ถูกต้องทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทั้งเกษตรกรและประเทศชาติหากเมื่อมีการจัดเก็บภาษีตามเงื่อนไขของ WTO แล้วจะทำให้กลุ่มอาหารสัตว์และเครือเจ้าสัวซึ่งเป็นผู้ควบคุมทิศทางของผลผลิตเกษตรกรภายในประเทศมีทางเลือกน้อยลงนั่นคือการร่วมดูแลผลผลิตเกษตรกรในประเทศของตน

“ที่ผ่านมาทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นต้นเรื่องและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จัดเก็บภาษีนำเข้าเรื่องนี้มาตลอด รัฐมนตรีสองรายนี้อยู่ต่ออีกนิดก็ไม่มีประโยชนใดต่อรัฐบาลและประชาชน” นางมัลลิกา กล่าว