ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เข้ารายงานตัวและรับมอบหมายงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาเข้าพบประมาณ 50 นาที ก่อนให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า พล.อ.ประยุทธ์  ได้ มีการมอบหมายให้ติดตามเรื่องนโยบายการแก้ไขปัญหาของประชาชนและข้อร้องเรียน รวมถึงการประสานงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ประชาชนในทุกรูปแบบ หากมีความเร่งด่วนก็จะส่งเรื่องราวให้นายกรัฐมนตรีได้ทันที โดยตนจะนั่งทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมขออย่ามองการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นเรื่องการเมือง หรือเป็นเรื่องการเลือกตั้ง เพราะการเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ไม่มีเงื่อนไขทางการเมืองในอนาคต และเป็นเรื่องของการทำงานเท่านั้น ขณะนี้รัฐบาลกำลังอยู่ในช่วงปลายจึงมีงานที่ต้องเร่งรีบจัดการและสื่อสารให้ประชาชนได้เข้าใจ แต่หน้าที่ของตนเองก็ยังไม่ใช่เป็นโฆษกประจำตัวนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันยืนยันว่าตำแหน่งนี้เคยมีในสมัยรัฐบาลชุดก่อน ๆ แต่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่มีการแต่งตั้งตำแหน่งนี้

“ผมได้พูดคุยกับคนในประชาธิปัตย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ซึ่งการมาครั้งนี้ก็ไม่มีปัญหาผิดใจอะไรกัน เอาเรื่องงานเป็นตัวตั้ง ซึ่งทางพรรคมีความเข้าใจ เพราะเป็นทางที่ผมเลือกแล้ว”นายพุทธิพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า นายพุทธิพงษ์ เป็นแกนนำ กปปส. และมีคดีความ หลายคนจึงมองว่าการมาครั้งนี้เป็นเพราะมีข้อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไม่ปฏิเสธที่หลายฝ่ายมองว่าอดีตตนเองเคยร่วมงานกับ กปปส.แล้วมาร่วมงานกับรัฐบาลแต่ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการปกติ แม้จะยังมีคดีทางการเมือง แต่ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เพราะยังไม่มีการตัดสิน และศาลจะสืบพยานในปีหน้า วันนี้ยังถือว่าตนบริสุทธิ์ จึงไม่มีความกังวล เหมือนกับที่หลาย ๆ คนยังทำงานปกติ เมื่อศาลยังไม่ตัดสิน

ส่วนจะมีการแต่งตั้งกปปส. ที่เหลืออยู่ได้แก่ นาย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายชุมพล จุลใส มาร่วมงานกับรัฐบาลหรือไม่นั้น นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับตน เพราะที่เหลือยังทำงานส่วนตัว อีกทั้งไม่มีเงื่อนไขผูกติดกัน ซึ่งกปปส. มีความตั้งใจปฏิรูปประเทศ และเรื่องนี้ก็ไม่ขัดกับ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากมีอุดมการณ์เดียวกัน และยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ได้ปรึกษากับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคร่วมพลังประชาชาติไทย หรือ รปช. และอดีตเลขา กปปส. เพราะเป็นการตัดสินใจของตน

“เรื่องดังกล่าวอย่าคิดว่าทุกคนต้องเหมือนกันหมด เพราะแต่ละคนก็มาเติมเต็มในตำแหน่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม  ซึ่งการรับตำแหน่งครั้งนี้ ไม่มีเงื่อนไขผูกติดอะไรกับการที่พวกเราเป็น กปปส.” นายพุทธิพงษ์  กล่าว

เมื่อถามอีกว่า การตัดสินใจครั้งนี้ จะไม่กลับไปพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องเร็วไปที่จะตอบคำถามนี้  ยืนยันว่าตนเข้าใจมารยาททางการเมืองดี หากจะต้องกลับไปที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อลง ส.ส.เขต ซึ่งตอนเดินลงพื้นที่หาเสียงคงไม่เหมาะสม เพราะยังทำหน้าที่ให้กับรัฐบาลอยู่และมีตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีด้วย จึงคิดว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า คงไม่กลับไปสมัคร ส.ส. เขต กับพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนเรื่องจะกลับไปร่วมงานกับพรรครัฐบาลหรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต