ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบช.สตม.(ปป) แถลงผลการจับกุมนายฮิโระยูกิ โกโตะ อายุ 40 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลฟุกุโอกะ ในความผิดฐานโจรกรรมสินค้าแบรนด์เนม ภายหลังได้มีการประสานกับทางตำรวจญี่ปุ่น ซึ่งพบว่าผู้ต้องหาได้เดินทางเข้าออกไทยหลายครั้ง ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2560 เป็นจำนวน 13 ครั้งเรื่อยมา จนล่าสุดพบว่าเดินทางเข้ามายังประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 ทางจุดตรวจสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว 1 โดยได้มีการอนุมัติให้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และสามารถติดตามจับตัวได้ที่จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม

พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่านายฮิโระยูกิ ได้ก่อเหตุงัดเข้าห้องพักหรืออพาทเม้นต์และขโมยสินค้าแบรนด์ที่มีราคา ก่อนจะเอาไปขายต่อ ซึ่งได้ก่อเหตุเช่นนี้มากว่า 20 ปี มูลค่าความเสียหายถึง 50 ล้านเยน หรือประมาณ 14 ล้านบาท และพบว่าหลบหนีเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลว่ามีการก่อเหตุเช่นนี้ในประเทศไทยอีกหรือไม่

พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ สืบเนื่องจากผู้ต้องมีการเข้าออกมายังประเทศไทยอยู่หลายครั้ง จึงต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่ามีเหตุผลอะไรแอบแฝงอีกหรือไม่ แต่เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับว่าได้ก่อเหตุในประเทศญี่ปุ่นจริง แต่ไม่ยอมรับว่ามีการก่อเหตุในประเทศไทย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการส่งไปตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง และนำตัวไปขยายผลการสอบสวนเทียบลายนิ้วมือ ว่ามีการก่อเหตุเช่นนี้ในประเทศไทยอีกหรือเปล่า โดยขณะนี้เราจึงต้องกักตัวนายฮิโระยูกิไว้ก่อน เพื่อดำเนินการขยายผลการสอบสวนให้เรียบร้อยก่อนส่งตัวกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น เพราะหากพบว่ามีการกระทำความผิดในไทย ไม่ว่าจะคดีอะไร การดำเนินการขอส่งตัวกลับมาจากญี่ปุ่นเพื่อสอบสวนดำเนินคดีอีกครั้งจะเป็นเรื่องยาก