นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกมาปลื้มกับเศรษฐกิจที่ดีขึ้นนั้น แม้ตัวเลขจะดีขึ้นจริง แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ได้รู้สึกว่าดีตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเลย อยากให้พลเอกประยุทธ์ได้สำรวจความเป็นจริงจากประชาชนส่วนใหญ่ว่ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหรือมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ หรือรายได้ไปตกอยู่กับคนบางกลุ่มเท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาลตอนนี้ใช่หรือไม่

“หากไม่ได้มีการประท้วงชัตดาวน์กรุงเทพฯ และหากไม่มีการปฏิวัติ ตามแผนเบื้องหลังที่นาย นคร มาฉิม ออกมาแฉนั้น ต้องถามว่าเศรษฐกิจไทยจะโต 4-5% ตั้งแต่ปี 57 และ58 เรื่อยมาใช่หรือไม่ ไม่ใช่มาโต 4% กว่าเอาปีที่ 4 หลังการปฏิวัติ ซึ่งนับเป็นการเสียโอกาสของประเทศอย่างมาก ถ้าเปรียบก็เหมือนเด็กที่มาเดินได้ตอนอายุเกิน 4 ขวบ แทนที่จะเดินได้ตั้งแต่ขวบแรก ซึ่งไม่ได้แปลว่าเด็กเก่ง แต่เป็นเด็กพัฒนาช้าด้วยซ้ำไป” นายพิชัย กล่าว

นายพิชัย กล่าวต่อว่า ไม่อยากให้นำความเสียหายของประเทศมาแสดงว่าเป็นความสำเร็จ เพราะประเทศเสียโอกาสไปมากแล้ว ทั้งนี้อยากขอทวงสัญญากับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่บอกคนจนจะหมดไปในปีนี้ แต่ปรากฏว่า 8 เดือนผ่านไปกลับมีคนจนเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมดไปอย่างที่บอก และคนรวยกลับรวยมากขึ้นจากการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม โดยคนจนที่เพิ่มขึ้นมาจากชาวสวนยางที่ฝากถาม รมว. เกษตรฯ นายกฤษฏา บุญราช ที่เคยประกาศว่าราคายางพาราจะต้องขึ้นภายใน 3 เดือนหลังรับตำแหน่ง และควรไม่ต่ำว่า 60 บาท แต่นี่ผ่านมา กว่า 8 เดือนแล้ว ราคายางพารากลับดิ่งลง อีกทั้งประชาชนจำนวนมากอยากถามนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว. พาณิชย์ ว่าการมีเรือดำน้ำจะช่วยเศรษฐกิจให้ดีได้อย่างไร เพราะไม่มีตำราเศรษฐกิจเล่มไหนเคยเขียนไว้เลย สาเหตุเหล่านี้จึงทำให้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลลดต่ำลงใช่หรือไม่ จนต้องนำดาราออกมาช่วยดึงเรตติ้งซึ่งไม่น่าจะช่วยได้

“ข้อครหาทุจริตของรัฐบาลก็มีเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆทั้งเรื่องโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ไปเกี่ยวพันกับกระทรวงมหาดไทย และ กองทุนอนุรักษ์พลังงานที่จะมีการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ จน นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ต้องออกมาสวนกับ นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอรัปชั่นที่ออกมารับรองรัฐบาลแบบไม่ลืมหูลืมตา และนายอดุลย์ยังเตือน คสช. ว่าอย่าได้คิดสืบทอดอำนาจเพราะไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยต้องมีคนเจ็บคนตายเหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 อีก ดังนั้นจึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้นำข้อมูลทั้งหมดไปแก้ไข และพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจทางการเมือง” นาย พิชัย กล่าว