สืบนครบาลรวบ”โด้ วัดด่าน”แก๊งยิงคู่อริกลาง ถ.ลาซาล-แบริ่ง อ้างแค่นั่งซ้อนท้าย จยย.เพื่อนไป

130

ทยอยกวาดล้างแก็งยิงอริกลางถนนลาซาน-แบริ่งเมื่อช่วงย่ำรุ่งของวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. เปิดปฏิบัติการทลาย “แก๊งอิทธิพลเถื่อนด่านสำโรง”บุกทลาย “เซฟเฮ้าส์” แหล่งกบดาน 5 จุด ตรวจยึดอาวุธปืน 38 กระบอก กระสุนกว่า 800 นัด หลังทำการขยายผลสามารถระบุตัวมือยิงได้ จนกระทั่งวันนี้ “ผู้การจ๋อ” พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้การสืบนครบาล นำกำลังไปรวบ โด้ วัดด่าน อยู่ระหว่างขยายผลกวาดทั้งขบวนการ

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 ก.ค. 67 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สําราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 , พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ภพธร จิตรหมั่น รอง ผบก.น.5 , พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.สัญญลักษ์ สังขะภักดี สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.พร้อมด้วยชุดปฎิบัติการ3/1 ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมตัว

นายอนุชา หรือโด้ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ 384/2567 ลงวันที่ 3 ก.ค. 67


ข้อหา “สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนอันเป็นความผิดฐานซ่องโจร ,ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ,พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันสมควร , ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน , ทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะ , ชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้”

จับกุมตัวได้ที่ บริเวณภายในซอยเทพารักษ์ 18 ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

พฤติการณ์กล่าวคือ จากเหตุอุกอาจเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 67 เวลา 03.00 น. บริเวณสามแยกไฟแดงลาซาล-แบริ่ง (ตัดใหม่) แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพ เกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ยกพวกไล่ยิงคู่อริ โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ล่า ก่อนจอดรถ ตั้งป้อมและใช้อาวุธปืน ยิงไปที่รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำ เป็นเหตุให้นายเจษฎา วิริยะ ที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ เสียชีวิตในเวลาต่อมา


หลังเกิดเหตุสุดอุกอาจดังกล่าว นครบาล นำกำลังชุดสืบนครบาล พยัคฆ์ร้ายเทพนคร , กก.สส.บก.น.5 และ สน.บางนา กว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ “โค่นอิทธิพลเถื่อนด่านสำโรง” นำหมายค้นศาลบุกทลาย “เซฟเฮ้าส์” แหล่งกบดาน 5 จุด ตรวจยึดอาวุธปืน 38 กระบอก กระสุนกว่า 800 นัด พร้อมยุทธภัณฑ์จำนวนมาก จากนั้นได้ขยายผลจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวนายอนุชา หรือโด้ อายุ 35 ปี กระทั่งวันนี้ (5 ก.ค. 67) เวลาประมาณ 15.25 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้สั่งการให้นำกำลังออกติดตามไล่ล่ากระทั่งสามารถรวบตัว “นายอนุชา หรือโด้ อายุ 35 ปี บริเวณภายในซอยเทพารักษ์ 18 ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ


สอบถามนายอนุชาหรือโด้ฯ เบื้องต้น ได้ความว่า เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 01.00 น. ก่อนเกิดเหตุนั้น นายอนุชาหรือโด้ฯ กำลังพักผ่อนหลังจากเลิกงานอยู่ที่บ้านภายในหมู่บ้าน ถ.เทพารักษ์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายบังฯ ใช้เฟซบุ๊ค โทรมาหานายอนุชาหรือโด้ฯ บอกประมาณว่า “มีเรื่องแล้ว มาหาหน่อย” นายอนุชาหรือโด้ฯ จึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CT125 สีเหลือง ออกจากบ้านมุ่งหน้าไปที่เซเว่นบริเวณกลางซอยวัดด่าน ซึ่งเป็นบริเวณที่ปกติแล้วนายบัง จะไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆบริเวณดังกล่าว แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าไม่พบใครอยู่ และต่อมานายบังได้โทรมาหานายอนุชาหรือโด้ฯ อีกครั้งถามว่า “ถึงไหนแล้ว” นายอนุชาหรือโด้ฯ จึงบอกว่า “อยู่เซเว่นแล้ว ไม่เห็นมีใครเลย” นายบังจึงบอกว่า “ให้มาหาที่โรงงาน” ซึ่งโรงงานคือเป็นที่รู้กันว่าเป็นร้านทำรถที่กลุ่มของนายบังมักไปรวมตัวกัน อยู่แถวโรงเรียนมหาภาพกระจาดทองอุปถัมภ์ นายอนุชาหรือโด้ฯ จึงได้ขับรถไปที่ดังกล่าว เมื่อไปถึงก็ได้เข้าไปนั่งพูดกับนายบังและนายออม จากนั้น ก็มีเสียงเอะอ่ะดังขึ้น แล้วคนที่อยู่ในโรงงานก็ทยอยขับรถจักรยานยนต์ออกจากโรงงานไป นายบังบอกให้นายอนุชาหรือโด้ฯไปด้วย นายอนุชาหรือโด้ฯจึงได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนายบังไป จนถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ได้มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด นายอนุชาหรือโด้ฯจึงบอกนายบังว่าอย่าเข้าไปใกล้ จากนั้น นายบังก็ขับรถตามกลุ่มไปแต่ไม่ได้เข้าไปใกล้ และขับกลับมาที่โรงงาน

จากนั้น นายอนุชาหรือโด้ฯ ได้เอาหมวกแก็ปสีเหลืองให้นายบังไป แล้วได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CT125 สีเหลือง กลับบ้านไป

รองผบช.น.เผย เตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 4 ราย แก๊งวัยรุ่นก่อเหตุไล่ยิงคู่อริ บริเวณสามแยกไฟแดงลาซาล-แบริ่ง (ตัดใหม่)

ด้าน พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าคดีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกไล่ยิงคู่อริ โดยขี่รถจักรยานยนต์ไล่ล่า และใช้อาวุธปืนยิงไปที่รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำ เป็นเหตุให้นายเจษฎา ถูกยิงเข้าที่ศีรษะจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลา 03.00 น. บริเวณสามแยกไฟแดงลาซาล-แบริ่ง (ตัดใหม่) แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ ว่า จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่ามีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 23 คน โดยในวันก่อเหตุผู้ต้องหาทั้ง 23 คนได้ขี่รถจักรยานยนต์กันมา 12 คัน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับทั้งหมด 7 คน สามารถจับกุมได้ 3 คน และมอบตัวอีก 4 คน โดยมีมือปืนอยู่ด้วย 2 คน ให้การรับสารภาพตลาดข้อกล่าวหาและในเร็ว ๆ นี้ พนักงานสอบสวนกำลังไปขอศาลฯ อนุมัติออกหมายจับเพิ่มอีก 4 คน ส่วนผู้ผู้ก่อเหตุอีก 12 คน ระหว่างการพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์บุคคล

สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างออกหมายจับ ทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย นายณัฐพล หรือเอ็ม ธรรมทินนา ,นายไพรัช หรือศักดิ์ อรชร ,นายสุรชัย หรือเหน่ง ไตรจักร และ นายณัฐดัย หรือปาย กิจสุภี

ทั้งนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังได้ย้ำอีกว่า ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ สภ.สำโรงเหนือ หรือพื้นที่ใกล้เคียงให้สบายใจได้ เพราะชุดสืบของนครบาลจะทำคดีนี้อย่างเต็มที่

#Thaitabloid #สำนักข่าวไทยแทบลอยด์ #สืบนครบาล #ข่าวอาชญากรรมวันนี้