หน้าแรกการเมืองคปท.บุกทำเนียบฯ จี้รัฐบาล เร่งคืน “เขากระโดง” ให้ รฟท. พร้อมกดดัน “อนุทิน” ย้ายชื่อพ้นทะเบียนบ้านพื้นที่พิพาท

คปท.บุกทำเนียบฯ จี้รัฐบาล เร่งคืน “เขากระโดง” ให้ รฟท. พร้อมกดดัน “อนุทิน” ย้ายชื่อพ้นทะเบียนบ้านพื้นที่พิพาท

นายพิชิต ไชยมงคล พร้อมด้วยนายนัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) รวมไปถึงตัวแทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามคำพิพากษาคดีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งรักษามาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

คปท. ระบุว่า ปัญหาที่ดินเขากระโดงไม่ใช่เพียงข้อพิพาทด้านกรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่เป็นบททดสอบสำคัญของหลักนิติรัฐ หลักธรรมาภิบาล และความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรมไทยโดยยกข้อเท็จจริงสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ที่ดินบริเวณเขากระโดงเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาตั้งแต่ปี 2462 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่กรมที่ดินจะออกเอกสารสิทธิให้แก่เอกชน จึงเห็นว่าเอกสารสิทธิที่ออกภายหลังอาจขัดต่อกฎหมายนอกจากนี้ ศาลปกครองกลางยังมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 วินิจฉัยว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. และสามารถใช้เป็นบรรทัดฐานในการดำเนินการคืนพื้นที่ให้กับ รฟท. ได้ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานรัฐหลายแห่งก็เคยมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของรัฐ

คปท. จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลที่มีผลผูกพันต่อทุกหน่วยงานของรัฐ พร้อมแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิทับซ้อนบนที่ดินของรัฐโดยเร็ว และไม่ใช้กลไกหรือกระบวนการสอบสวนของกรมที่ดินมาอยู่เหนือคำพิพากษาของศาลนอกจากนี้ คปท.ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่มีข้อมูลปรากฏว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายไชยชนก ชิดชอบ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านภายในพื้นที่ที่กำลังมีข้อพิพาทและอยู่ระหว่างการดำเนินการตามคำพิพากษา โดยเห็นว่าอาจก่อให้เกิดข้อสงสัยจากสังคมเกี่ยวกับความเหมาะสมทางจริยธรรมและความโปร่งใสในการใช้อำนาจรัฐ

คปท. จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านดังกล่าวโดยทันที รวมถึงหยุดหรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมใด ๆ ที่อาจถูกมองว่าเป็นการรับรองหรือเอื้อประโยชน์ต่อการบุกรุกหรือละเมิดที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลและสถาบันทางการเมือง

ทั้งนี้ คปท.ยืนยันว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของบุคคลหรือพรรคการเมืองใด แต่เป็นการยืนยันหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ การเคารพความศักดิ์สิทธิ์ของคำพิพากษาและการคุ้มครองทรัพย์สินของรัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องมีมาตรฐานจริยธรรมที่สูงกว่าประชาชนทั่วไป และการบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นไปอย่างเสมอภาคกับทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้มีอำนาจหรือผู้มีอิทธิพลทางการเมือง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img