ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.,พล.ต.ต.สุเชษฐ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วยนายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 รองโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกับธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันแถลง คืนเงินให้กับผู้เสียหายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และ ROMANCE SCAM

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สามารถคืนเงินให้ผู้เสียหายได้จำนวน 1 ราย ในพื้นที่สภ. ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จำนวนเงินกว่า 1 ล้าน 3 แสนบาท รวมส่งมอบเงินคืนผู้เสียหายไปแล้วทั้งสิ้น 96 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 19 ล้านบาท ส่วนคดี ROMANCE SCAM คืนเงินให้ผู้เสียหายได้จำนวน 2 ราย ในพื้นที่ สภ. ศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 3 หมื่น 5 พันบาท และผู้เสียหายในพื้นที่ สน. เพชรเกษม จำนวน 5 แสนบาท รวมเป็นเงิน 535,000 บาท รวมส่งมอบเงินคืนผู้เสียหายไปแล้วทั้งสิ้น 8 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 1 ล้าน 9 แสนบาท

สำหรับสถิติการรับเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตั้งแต่การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ปปง. มีผู้แจ้งผ่านสายด่วน ปปง. 1710 ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 จนถึงปัจจุบันมีผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงิน จำนวน 413 ราย เหตุเกิดแล้วรีบแจ้ง 219 ราย เหตุเกิดแล้วแจ้งภายหลัง 194 ราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 187 ล้านบาท ขณะที่สถิติการรับเรื่องคดี ROMANCE SCAM ตั้งแต่สำนักงาน ปปง. ได้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ศปง.ปปง.) เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 จนถึงปัจจุบัน มีผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงิน จำนวน 89 ราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 62 ล้านบาท

ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ระบุว่า คดีที่เกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และคดีที่เกี่ยวกับแก๊ง ROMANCE SCAM ขณะนี้ดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนการพิพากษาของศาลหลายคดีแล้ว ในแต่ละคดีมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี จึงขอฝากถึงประชาชนคนไทยที่เข้าร่วมขบวนการนี้ให้เลิกพฤติการณ์ดังกล่าว และล่าสุดทางตำรวจจะขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 7 รายด้วยขณะเดียวกัน ล่าสุดทางตำรวจได้บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ที่ประเทศเวียดนาม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 19 ราย เป็นคนไทย 17 ราย ส่งตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทยแล้ว และเป็นชาวไต้หวัน 2 ราย