ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง กรณีนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องชื่อดัง ผู้ต้องหายิงปืนขึ้นฟ้าใน จ.นครศรีธรรมราช แถลงข่าวอ้างว่าตนเองไม่ได้เสพยาเสพติด แต่สาเหตุที่ปัสสาวะเป็นสีม่วง เกิดจากกินยานอนหลับและยารักษาโรคไบโพลาร์นั้น ว่า การตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดนั้น เจ้าหน้าที่ใช้กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ เข้ามาตรวจสอบ ที่ผ่านมาก็ใช้วิธีการตรวจเดียวกันนี้ในการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะมามากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งทุกครั้งก็ได้ผลที่แม่นยำ และ ทั่วโลกก็ใช้วิธีการเดียวกัน ส่วนกรณีที่ เสก โลโซ อ้างว่า ไม่ได้เสพยาเสพติด แต่กินยานอนหลับและยารักษาโรคไพโบลาร์นั้น กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ก็สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน ว่า ปัสสาวะที่เป็นสีม่วงมาจากการใช้สารเสพติด หรือ ยารักษาโรค

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณี เสก โลโซ จะฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่เข้าตรวจค้นบ้านพักนั้น ส่วนตัวมองว่า เป็นสิทธิสามารถทำได้ แต่ตนขอชี้แจงว่าการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจในการเข้าจับกุม เสก โลโซ เจ้าหน้าที่ก็ทำตามขั้นตอนของกฎหมายทุกขั้นตอน มีเหตุมีผล ที่จะใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย ในการเข้าไปดำเนินการต่างๆ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เชื่อว่า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติสามารถอธิบายได้ ว่าเหตุที่เข้าไปในลักษณะนั้น เพราะอะไร มีเหตุมีผลอย่างไร และท้ายที่สุดไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ตรงนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด

“ยืนยันตำรวจทำอย่างตรงไปตรงมา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาทุกขั้นตอน ตำรวจไม่ได้ทำเพื่อตำรวจเอง แต่ทำทำเพื่อความปลอดภัยของประชาชน เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมทั่วถึง อย่างกรณีนี้หาก เสก โลโซ ยิงปืนขึ้นฟ้า แล้วตำรวจไม่ดำเนินการขออนุมัติออกหมายจับ ไม่ดำเนินการจับกุม ตำรวจก็จะเป็นจำเลยของสังคมว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีนี้จึงแสดงให้เห็นว่าใครก็ตามที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ตำรวจก็ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย” โฆษก ตร.ระบุ

ส่วนกรณี เสก โลโซ อ้างว่ารู้จักนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคน รวมถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) นั้น พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบเจตนาของ เสก โลโซ ว่า ทำไมถึงอ้างเช่นนั้น ตรงนี้ต้องถามเจ้าตัวเอง แต่ยืนยันจะไม่เป็นการกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะในกระบวนการยุติธรรมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน จะมาอ้างความสนิทสนมส่วนตัวคงไม่ได้ อย่างกรณีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ลงไปกำกับดูแลการเข้าจับกุม เสก โลโซ ด้วยตนเอง ตรงนี้สามารถยืนยันจุดยืนของผบ.ตร.ได้ชัดเจนว่า กฎหมาย คือ กฎหมาย เมื่อไครทำผิดกฎหมายจะสนิทสนมกับใครก็ไม่มีข้อยกเว้น ต้องใช้กฎหมายเดียวกันทั่วประเทศกับทุกคน กรณีนี้ ผบ.ตร.มองว่าจะมีปัญหาในการจับกุมจึงลงไปกำกับดูแลการจับกุมด้วยตนเอง เพราะท่านมีความรับผิดชอบ มีความห่วงใยผู้ใต้บังคับบัญชาที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งห่วงใยประชาชนเกรงว่าจะมีเหตุกระทบกระทั่งกันจนเกิดความรุนแรงถึงชีวิต ท่านจึงลงไปด้วยตนเอง ท้ายที่สุดก็มีความปลอดภัยทุกฝ่าย

ส่วนการโยกย้ายนายตำรวจที่ถ่ายภาพกับ เสก โลโซ นั้น พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า เป็นการแสดงความโปร่งใสในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจำเป็นจะต้องย้ายตำรวจผู้ที่ถูกกล่าวออกจากพื้นที่ก่อน เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปอย่างอิสระ และ ไม่ให้เกิดการขัดขวางการทำงาน ทั้งนี้ เชื่อว่าการตรวจสอบจะใช้เวลาในการดำเนินไม่นาน