พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ปี 2561 (Prime Minister’s Export Award 2018) ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า คำว่าประชานิยมไม่ใช่ตนพูดเองไม่ใช่ตำราใครด้วย ตนดูตำราต่างประเทศ เขาสรุปมาแล้วว่าประชาธิปไตยข้อเท็จจริงก็คือประชานิยมนั่นแหละ เพราะมีการเลือกคนที่ชื่นชมชื่นชอบ ทำยังให้ชอบมันก็ต้องให้แต่ประชานิยม ถ้าจะทำต้องมีประโยชน์ไม่มีผลต่อระบบการเงินการคลังของประเทศต่อไปในอนาคต ไม่ใช่ว่าเงินเกินครึ่งของงบประมาณมาทำตรงนี้ทั้งหมด รัฐบาลยังต้องทยอยให้ไม่ใช่ให้โครมให้ไปทั้งหมดแล้วได้กลุ่มนี้อยู่กลุ่มเดียวอยู่นั่นแหละ กลุ่มอื่นก็ไม่ดูยังมีคนจนอีกตั้งเยอะตั้งแยะแล้วขอให้เข้าใจด้วยที่พูดขอให้สื่อไปถึงประชาชน

“บรรดานักการเมืองต่าง ๆ ที่พยายามจะพูดอยู่ตอนนี้ไปบิดเบือนทุกอย่าง ที่ดี ๆ เขาก็มี ที่ไม่ดีมันก็เยอะ ผมก็เกรงว่าประชาชนจะเข้าใจผิดไปอีกแล้วจะกลับมาแบบเดิมเพราะคนรวย ๆ ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้ไม่มีเวลา แต่คนรายได้น้อยเขาจะสนใจเรื่องการเมือง สนใจเรื่องการเลือกตั้ง แล้วถ้าบิดเบือนไม่เข้าใจกันแบบนี้ ใครเป็นคนเลือกตั้งแล้วจะกลับไปสู่ตรงไหนคิดกับผม แบบนี้ไม่ใช่ว่ากลัวผมจะเป็นหรือใครจะเป็น ไม่ต้องกลัวมันอยู่ที่ประชาชนเลือก ถ้าเราไม่เข้าใจกันแบบนี้ผลการเลือกตั้งจะออกมายังไงก็คิดเอาแล้วกันแล้ว ผมก็ไม่สนใจใครจะว่าอะไรผม วันนี้เยอะไปหมดทุกวันมาบอกปิดกั้นปิดตรงไหนด่าโครมๆพูดอะไรบิดเบือนหมดผมก็เฉย ๆ”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า อย่ามาบอกว่าตนปิดกั้นการเป็นประชาธิปไตย แต่บ้านเมืองมันจะวุ่นวายไหม ไปคิดเอาแล้วกัน ถ้าวุ่นวายกันต่อ วันหน้าไปแก้กันเอาเอง ตนพยายามเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่สุด แต่ถ้าวุ่นวายกันอยู่แบบนี้ก็ช่วยไม่ได้ เรื่องของท่านมีกลไกและกฎหมายออกมาเยอะแยะ ตนไม่ต้องไปสั่งใคร กฎหมายดีทุกตัววันนี้ปัญหาเยอะทุกวันถ้าข้างล่างไม่เข้าใจก็มีปัญหาทุกเรื่อง กับสื่อตนก็ไม่เคยไปตรวจสอบหรือปิดกั้นแต่อะไรที่มันบิดเบือนกลไกที่ตรวจสอบมีอยู่แล้วหรือบิดเบือนจนเกินไปจนมีคดีฟ้องร้องก็ว่ากันไปแต่คนส่วนใหญ่มักจะเกรงใจไม่อยากเป็นปัญหามีคดีความกับสื่ออะไรต่าง ๆ เสียเวลา

“แต่วันนี้ผมคิดว่าผมต้องดำเนินการแล้วเหมือนที่คนด่าพวกท่าน ท่านก็ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทหน่วยงานเขาก็ต้องรักษาศักดิ์ศรี ถ้าเขาไม่ได้ทำแบบนั้นแล้วไปว่าเขา เขาก็มีสิทธิ์ในการป้องกันตัวของเขาเหมือนกัน สื่อเองก็ต้องระวังตัวผมไม่ได้ขู่สื่อ เดี๋ยวกลายเป็นการขู่สื่ออีกทุกเรื่องอย่างใช้คำว่าปัด เหมือนกับว่าปฏิเสธความจริง พอชี้แจงดีขึ้นบอกว่าฟุ้งซึ่งสื่อคือตัวชี้นำวันนี้ก็บอกว่านายกฯ เป็นคนใจร้อน พูดไม่เข้าหูใคร อาทิตย์ไหนถ้าผมไม่อ่านหนังสือพิมพ์เลยน่าจะมีความสุขดี” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพิ่มว่า ตอนนี้กำลังคัดออกว่าฉบับไหนตนไม่อ่าน ไม่เคยสร้างประโยชน์ให้กับประเทศเลยน้อยมาก ทุกคอลัมน์เดี๋ยวจะถามประชาชนว่าหนังสือพิมพ์ฉบับไหนเชื่อมั่นมากที่สุด แล้วขอให้ตอบมาด้วยไอ้เรื่องที่เสนอครั้งเดียวจบ ไปพาดหัวหนึ่ง แล้วจะดีกับการค้าการส่งออกของเราอย่างไร การลงทุนของเราจะเกิดขึ้นได้ไหม จะไม่รับผิดชอบอะไรอย่างนี้ไม่ได้ตนไม่ได้กล่าวว่าของใคร ถ้าตนใช้อำนาจจริง ๆ ไม่มีหรอกไอ้เรื่องพวกนี้ยังไม่เคยทำแบบนี้สักครั้ง พูดไปก็เสียอารมณ์ แต่ทำอะไรต้องมีเหตุมีผล ชี้แจงได้ ส่วนสื่อดี ๆ นักการเมืองดี ๆ ที่มีอยู่ก็ต้องขอขอบคุณ