ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชนและอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยระบุว่า “การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบนี้ ที่มี พล.อ.ประวิตร เป็นแม่ทัพ คสช.ได้ทำมาตั้งแต่ต้น มารุกคืบหน้าในช่วงหลังนี้ โดยเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ได้เดินทางลงพื้นที่ที่ จ.ขอนแก่น ครั้งนั้นมีชาวบ้านมาร่วมงานประมาณ 3,000 คน มีการแจกโฉนดที่ดินที่ชาวบ้านเอาไปใช้กู้เงินนอกระบบแบบไม่เป็นธรรมคืนให้ชาวบ้านได้ 135 คน ครั้งล่าสุดที่ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีการคืนโฉนดให้ชาวบ้าน 780 ฉบับ เนื้อที่รวมกว่า 3,700 ไร่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท มีชาวบ้านมาร่วมงานประมาณหมื่นคน

#งานแบบนี้ไม่เคยมีใครทำได้ #พี่น้องชาวอีสานจนแต้มอยู่ใต้อิทธิพลของกลุ่มเงินกู้นอกระบบที่ซุกปีกนักการเมืองมาตลอด #งานปราบอิทธิพลแบบนี้ต้องท่านบิ๊กป้อมจริงๆด้วย

#บิ๊กป้อมขวัญใจชาวอีสานเด้อค่ะ

ดิฉันรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยากและถ้าไม่ใช่ตำรวจขณะนี้ทหารคณะนี้ ดิฉันก็ไม่รู้ว่าประชาชนจะพึ่งพาใครได้ในเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดยเอาโฉนดที่นาใบนาที่บ้านหลักทรัพย์ค้ำประกันนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดที่มีเจตนาฮุบที่ดินชาวบ้านมาตลอดช่วงอายุคน

เรื่องนี้เกิดขึ้นทั่วประเทศไทยแต่พื้นที่ภูมิภาคอีสานมีมากที่สุด..ครั้งหนึ่งเมื่อ 16 ปีที่แล้วดิฉันในฐานะผู้ดำเนินรายการร่วมมือร่วมใจที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวีถึงขนาดต้องเปิดสถานีรับประชาชนที่เหมารถบัสมานับ 100 คนมีคุณปู่วัย 80 จากอีสานอยู่ในจำนวนนั้นด้วย มาพบดิฉันด้วยความหวังเพื่อจะให้ช่วยเอาโฉนดคืนมาจากนายทุนวันนั้นที่ฉันทำได้เพียงแค่ประสานกองปราบฯ ยุค พลตำรวจตรีโกสินทร์ หินเธาว์ รับแจ้งความเพื่อให้คดีพิสูจน์กันในกระบวนการยุติธรรมปกติ ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้เวลาและไม่รู้เลยว่าพ่อเฒ่าวัย 80 คนนั้นจะรอจนศาลพิพากษาสิ้นสุดทันหรือไม่

ดิฉันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และนายทุนเงินกู้ประเภทนี้มีทุกภูมิภาคโดยเฉพาะอีสานกับภาคเหนือและภาคกลางตอนบนภาคเหนือตอนล่าง นายทุนบางส่วนเป็นธุรกิจของนักการเมืองบางตระกูลและนายทุนอีกบางส่วนอยู่เบื้องหลังในการจ่ายเงินให้กับนักการเมืองระดับกลุ่มอิทธิพลในภูมิภาคด้วยซ้ำ ประชาชนจำนวนมากต้องยอมจำนนต่อเพราะการต่อสู้ในทางกฎหมายไม่เคยเอาชนะอิทธิพลที่อยู่เหนือกฎหมายได้เช่นกันและความกลัวของประชาชนที่สู้เพียงลำพังก็มีมากกว่ากับการจะไปเอ่ยปากบอกใคร

งานนี้ถ้าไม่ใช่บิ๊กป้อมและคณะตำรวจคณะทหารของเขาดิฉันก็ไม่รู้ว่าอีกชาติปางไหนที่กลุ่มนายทุนเงินกู้ดอกโหดโคตรอิทธิพลจะหมดไปจากประเทศนี้ ดิฉันหวังเพียงว่าผลงานชิ้นโบว์แดงของบิ๊กป้อมอันนี้เป็นอันดับหนึ่งของทั้งปวงและหวังว่าท่านจะกวาดให้หมดทั้งประเทศไทยในเร็ววันนี้อย่าให้เหลือแม้แต่ตารางนิ้วเดียวในแผ่นดิน

ขอบพระคุณท่านยิ่งแล้ว”