ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกตร. กล่าวถึงกรณี นายวิทยา แก้วภราดัย และนายราเมศ รัตนะเชวง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโส ฉบับลงวันที่ 25 กรกฎาคม 61 ว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 258 และมาตรา 260 หรือไม่ โดยว่าเปิดโอกาสให้มีการวิ่งเต้น ว่า การระบุว่าขัดรัฐธรรมนูญเป็นการพูดให้เข้าใจผิด ยืนยันว่าการออกประกาศดังกล่าวปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและการออกประกาศ เป็นไปตามหลักอาวุโสที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทุกประการ และแตกต่างจากกฎก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ที่ผ่านมาหลายประเด็น ละเอียด และป้องกันการวิ่งเต้นโยกย้ายได้ดีขึ้น เปิดโอกาสให้ตำรวจร้องเรียนได้ ทั้งนี้การพูดให้เสียหาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังพิจารณาดำเนินคดีกับนายวิทยาแล้ว

ด้าน พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล กล่าวว่า การออกประกาศเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยกร่างเสนอครม.และก่อนครม.จะเห็นชอบประกาศนี้ก็ผ่านการพิจารณาของกฤษฎีกาแล้ว ยืนยันเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กำหนดหลักอาวุโส และการแต่งตั้งตำรวจต้องใช้หลักพิจารณาตามอาวุโสร้อยละ 33 อย่างชัดเจน ในทุกระดับตำแหน่ง ถือว่ากำหนดชัดเจนกว่ากฎเกณฑ์แต่งตั้งที่ผ่านมา และไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร ทุกคนต้องอยู่ในหลักและกฎเกณฑ์นี้

รองผบช.สกพ. กล่าวว่า ทั้งนี้ภายในสัปดาห์นี้จะเสนอ ผบ.ตร.ออกประกาศสำดับอาวุโสในการแต่งตั้ง ส่วนการแต่งตั้งระดับชั้นนายพลตำแหน่งผู้บังคับการ(ผบก.) ถึงรองผบ.ตร.นั้นต้องรอให้กระบวนการการแต่งตั้งกลุ่มที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ที่แต่งตั้งไปก่อนหน้านี้ เรียบร้อยเสียก่อน หากไม่ทันตามกรอบเวลาที่ต้องแต่งตั้งชั้นนายพลเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม ก็เตรียมขออนุมัติ ก.ตร.เพื่อขอขยายเวลาการแต่งตั้งไว้แล้ว โดยการแต่งตั้งระดับนายพล จะทำพร้อมกันคราวเดียวตั้งแต่ผบก.-รองผบ.ตร. /