นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่า “การไปเลคเชอร์ที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้ผมได้กลับไปเยี่ยมโรงงานโอกิฮารา ผู้ผลิตแม่พิมพ์ชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก หนึ่งในธุรกิจที่ผมได้เข้าไปบริหาร จากติดลบมาสู่ความมั่นคงแข็งแรงในปัจจุบัน โอกิฮาราเคยเป็นความภาคภูมิใจของญี่ปุ่น เป็นโรงงานเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่กลับประสบปัญหาหนี้สิน ส่วนหนึ่งเกิดจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ที่จีนขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญของญี่ปุ่น แต่อีกส่วนสำคัญเกิดจากปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันในบรรดาพี่น้องของครอบครัวเจ้าของบริษัท เมื่อผู้บริหารไม่ได้ทุ่มเทให้กับการพัฒนาบริษัทเท่ากับปัญหาส่วนตัว ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงและต้องการวิสัยทัศน์ผู้นำที่แหลมคมเพื่อนำพาบริษัทไปข้างหน้า โอกิฮาราจึงเข้าสู่สภาวะวิกฤต เมื่อสุดท้ายเจ้าของบริษัทตัดสินใจขายหุ้นส่วนใหญ่ให้กับบรรษัทการเงิน ที่ไม่ได้มีความจำเป็นใดๆในการพัฒนากิจการ มากไปกว่าการพยายามขายทอดตลาดบริษัทได้โดยมีกำไร การขาดทิศทางในการบริหารงานโดยมีเป้าหมายที่อนาคตของบริษัท ทำให้โอกิฮารายิ่งประสบภาวะวิกฤตหนัก มีหนี้สินหลายหมื่นล้านเยน ความใหญ่โตของบริษัทและก้อนหนี้ ทำให้ไม่มีบริษัทไหนกล้าเข้าไปซื้อกิจการของที่นี่ จนกระทั่งผมตัดสินใจเข้าไปรับความเสี่ยงก้อนใหญ่นี้ และใช้เวลา 3 ปีในการปรับโครงสร้างบริษัท ยอมลดขนาดองค์กรและประนอมหนี้ จนกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง

สำหรับผม บทเรียนที่ได้จากโอกิฮาราก็คือ ปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดวิกฤตในธุรกิจ ก็คือการที่บริษัทขาดเป้าหมาย ขาดการมองไปยังอนาคตว่าองค์กรจะเดินหน้าไปยังจุดใด และปัจจัยที่จะทำให้องค์กรพ้นวิกฤต ก็คือการวางเป้าหมายที่ชัดเจน มีผู้นำที่กล้าฝันและมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้น

ประเทศไทยก็เช่นกัน วิกฤตที่เกิดขึ้นมาจากการจมอยู่ในความขัดแย้งจนไร้ฉันทามติว่าเราจะมีอนาคตร่วมกันแบบใด และขาดวิสัยทัศน์จากผู้นำในการพาประเทศไปยังจุดหมายนั้น สิ่งที่เราต้องการคือฉันทามติจากประชาชนถึงอนาคตของประเทศ และผู้นำที่กล้าฝัน กล้านำพาประเทศไปสู่อนาคตใหม่ที่ทุกคนมองเห็นร่วมกัน

ธนาธร@ญี่ปุ่น

[ จากโอกิฮาราถึงไทย พลิกฟื้นวิกฤตเป็นโอกาสต้องใช้ความกล้าฝัน ]การไปเลคเชอร์ที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้ผมได้กลับไปเยี่ยมโรงงานโอกิฮารา ผู้ผลิตแม่พิมพ์ชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก หนึ่งในธุรกิจที่ผมได้เข้าไปบริหาร จากติดลบมาสู่ความมั่นคงแข็งแรงในปัจจุบัน โอกิฮาราเคยเป็นความภาคภูมิใจของญี่ปุ่น เป็นโรงงานเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่กลับประสบปัญหาหนี้สิน ส่วนหนึ่งเกิดจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ที่จีนขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญของญี่ปุ่น แต่อีกส่วนสำคัญเกิดจากปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันในบรรดาพี่น้องของครอบครัวเจ้าของบริษัท เมื่อผู้บริหารไม่ได้ทุ่มเทให้กับการพัฒนาบริษัทเท่ากับปัญหาส่วนตัว ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงและต้องการวิสัยทัศน์ผู้นำที่แหลมคมเพื่อนำพาบริษัทไปข้างหน้า โอกิฮาราจึงเข้าสู่สภาวะวิกฤต เมื่อสุดท้ายเจ้าของบริษัทตัดสินใจขายหุ้นส่วนใหญ่ให้กับบรรษัทการเงิน ที่ไม่ได้มีความจำเป็นใดๆในการพัฒนากิจการ มากไปกว่าการพยายามขายทอดตลาดบริษัทได้โดยมีกำไร การขาดทิศทางในการบริหารงานโดยมีเป้าหมายที่อนาคตของบริษัท ทำให้โอกิฮารายิ่งประสบภาวะวิกฤตหนัก มีหนี้สินหลายหมื่นล้านเยน ความใหญ่โตของบริษัทและก้อนหนี้ ทำให้ไม่มีบริษัทไหนกล้าเข้าไปซื้อกิจการของที่นี่ จนกระทั่งผมตัดสินใจเข้าไปรับความเสี่ยงก้อนใหญ่นี้ และใช้เวลา 3 ปีในการปรับโครงสร้างบริษัท ยอมลดขนาดองค์กรและประนอมหนี้ จนกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งสำหรับผม บทเรียนที่ได้จากโอกิฮาราก็คือ ปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดวิกฤตในธุรกิจ ก็คือการที่บริษัทขาดเป้าหมาย ขาดการมองไปยังอนาคตว่าองค์กรจะเดินหน้าไปยังจุดใด และปัจจัยที่จะทำให้องค์กรพ้นวิกฤต ก็คือการวางเป้าหมายที่ชัดเจน มีผู้นำที่กล้าฝันและมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้นประเทศไทยก็เช่นกัน วิกฤตที่เกิดขึ้นมาจากการจมอยู่ในความขัดแย้งจนไร้ฉันทามติว่าเราจะมีอนาคตร่วมกันแบบใด และขาดวิสัยทัศน์จากผู้นำในการพาประเทศไปยังจุดหมายนั้น สิ่งที่เราต้องการคือฉันทามติจากประชาชนถึงอนาคตของประเทศ และผู้นำที่กล้าฝัน กล้านำพาประเทศไปสู่อนาคตใหม่ที่ทุกคนมองเห็นร่วมกัน #ธนาธร #ทีมอนาคตใหม่ #พรรคอนาคตใหม่

โพสต์โดย Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อ วันพุธที่ 8 สิงหาคม 2018