ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นำโดย ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ว่าที่หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค อาทิ นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ว่าที่เลขาธิการพรรค, พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ ว่าที่กรรมการบริหารพรรค นำทีมยื่นขอจัดตั้งพรรคการเมืองที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว โดยมีทุนประเดิม 30 ล้าน 3 แสน 5 หมื่น และผู้ร่วมก่อตั้ง 607 คน โดยม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวว่า ต่อจากนี้จะเป็นขั้นตอนการหาสมาชิกเป็นการภายในจนกว่าจะมีการปลดล็อคทางการเมืองจึงจะขับเคลื่อนกิจกรรมอื่นได้ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ก่อตั้งพรรคได้มีการพูดคุยต่อเนื่องถึงยุทธศาสตร์ การกำหนดนโยบาย ส่วนสาเหตุที่มีกรรมการบริหารพรรคเพียง 7 คนนั้น ก็เป็นเพราะว่ายังไม่ทราบว่าใครจะรับผิดชอบอะไร เนื่องจากพรรคเพิ่งก่อตั้ง หากมีการพูดคุยเรื่องแนวนโยบายพรรคจนได้ข้อสรุปแล้วอาจมีการขยายจำนวนผู้บริหารพรรคตามความรับผิดชอบ ส่วนกรณีของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ซึ่งเคยมีกระแสข่าวมาตลอดว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคแต่กลับไม่มีตำแหน่งใด ๆ ในกรรมการบริหารพรรคนั้น เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้สื่อคาดการณ์กันไปเอง และนายเอนกก็ไม่ได้มีปัญหาที่ไม่มีตำแหน่ง พร้อมบอกว่าจะคอยดูการทำงานของตน

เมื่อถามว่า จะชี้แจงอย่างไรเพราะแม้จะเป็นหัวหน้าพรรคแต่อาจถูกมองว่าเป็นได้แค่เงาของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวว่า ไม่มีใครไปเถียงกับนายสุเทพ เพราะเป็นคนหัวแข็ง ตนก็หัวแข็งเช่นกันแต่อาจจะนิสัยดีกว่า ดังนั้นต้องคุยตกลงต่อรองกัน และในทางเทคนิคตนเป็นผู้มีอำนาจเซ็นชื่อ นายสุเทพเซ็นอะไรก็ไม่เกิด แต่ตนเซ็นอะไรอยากให้เกิดก็เกิด ส่วนกระแสข่าวเรื่องดูด ส.ส.นั้นในขณะนี้ยังไม่มีการทาบทามใคร แต่อยู่ในระหว่างการพูดคุย จะเน้นคนรุ่นใหม่ที่สำคัญคือการกำหนดนโยบายต้องได้รับการยอมรับจากประชาชนซึ่งยังมีเวลาไม่น้อยกว่า 7 เดือนจึงไม่ต้องรีบร้อน

“ไม่ได้ขัดข้องขึ้นอยู่กับว่าท่านจะลงปาร์ตี้ลิสต์พรรคไหน ถ้าไม่ลงจะให้หนุนได้อย่างไร และว่ายังไม่สามารถระบุได้ว่าในบัญชีรายชื่อของพรรค รปช.จะทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่มาในระบบปาร์ตี้ลิสต์นายกฯ ของพรรคการเมืองก็จะเป็นเรื่องยาก เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเหมือนการเลือกนายกฯ ไปด้วย ถ้าท่านไม่ลงในรอบแรกแล้วมารอบสองจะตอบพรรคที่หนุนท่านและตอบประชาชนได้อย่างไร” ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าว

เมื่อถามถึงการทาบทามอดีตนักการเมืองจากพรรคอื่นมาร่วมงาน ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่มีการทาบทามใคร แต่อยู่ในระหว่างการพูดคุยโดยจะเน้นคนรุ่นใหม่ โดยที่สำคัญคือการกำหนดนโยบายต้องได้รับการยอมรับจากประชาชน ซึ่งยังมีเวลาไม่น้อยกว่า 7 เดือนจึงไม่ต้องรีบร้อน อย่างไรก็ตามตนมีแนวคิดให้ทุกพรรคการเมืองร่วมมือกันทำงาน โดยเปลี่ยนทัศนคติจากเดิมีที่เสียงข้างน้อยจะต้องค้านรัฐบาลอย่างเดียว ให้กลายเป็นการทำงานร่วมกัน ต่อรองเพื่อให้ได้โครงการที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้หมายความเป็นการฮั้วกัน จนทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุลหากมีใครทำเช่นนั้นครั้งต่อไปก็อย่าเลือกกลับเข้ามา อย่างไรก็ตามยืนยันว่าแนวคิดนี้ไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติแต่อย่างใด และมองว่าประเทศเป็นของทุกคนที่ต้องร่วมกันทำงานเพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้

เมื่อถามถึงกรณีส่วนที่ ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล (เต่านา) บุตรสาว ออกมาระบุว่าจะไม่สนับสนุนพรรค รปช.นั้น ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวว่ ถือเป็นเรื่องปกติ ตนเลี้ยงลูกมาอย่างนั้น เพราะบุตรของตนทั้งสองคนก็ชอบการเมืองแตกต่างกัน โดย ม.ล.มิ่งมงคล ชอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วน ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ก็ยืนยันที่จะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ การเมืองไม่ใช่เรื่องที่จะคิดแค่ว่ากระโดดลงไปแล้วจะจมน้ำตายหรือเปล่า แต่ยังต้องคิดว่ากระโดดลงไปแล้วเป็นถนนหรือเป็นเบาะด้วย เนื่องจากตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเขาหาเสียงในนามพรรคประชาธิปัตย์ทุกวัน จะให้อยู่ดีๆ ปีที่ 5 ไปลงพรรคอื่นก็คงไม่รอด ทำให้ต้องตัดสินใจอย่างนั้น และตนก็ไม่เคยถาม เพราะยอมรับการตัดสินใจของลูก จึงไม่คิดว่าเป็นปัญหาที่ ม.ล.มิ่งมงคลประกาศไม่หนุนพรรคที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค แต่สังคมควรมองว่าเป็นเพราะตนเลี้ยงลูกดีมีความคิดเป็นของตัวเองมากกว่า