“ป่วน 4 จว.ใต้”คืนเดียวกว่า40 จุด ทหาร-ตร.ไร้น้ำยาจับผู้ก่อเหตุ ตอกย้ำความรู้สึกรัฐเลี้ยงไข้(3)             

1598


                                         
                   ตอนที่แล้วเกริ่นนำว่าพยายามติดตามข่าวความคืบหน้าสืบสวนจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ คืนเดียว 44 จุด ของทหารและตำรวจ จากหลายช่องทางก็ไม่พบความคืบหน้าในการจับกุมคนร้ายแต่อย่างใด ทั้งที่ช่วงเกิดเหตุน่าจะจับคนร้ายได้บ้าง


                 ปรากฏว่าช่วงเช้าวันที่ 30 มีนาคม เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อเหตุได้ 1 คน คาด่านตรวจบริเวณหน้าเรือนจำกลางยะลา ผู้ต้องหาจำนนต่อหลักฐานภาพวงจรปิดและรอยนิ้วมือ พอจะกู้หน้าได้ระดับหนึ่งเพราะจับได้ตั้ง 1 คน จาก 44 เหตุ


                   อดีตตำรวจที่รับราชการในพื้นที่ 4 จังหวัดจนเกษียณบอกว่าที่จับกุมได้เพราะหลังเกิดเหตุมีคำสั่งให้ตั้งด่านตรวจแบบเข้มข้น แต่พอสถานการณ์เบาบางความเข้มในการตรวจจะเบาบางลงไปด้วย แถมเจ้าหน้าที่ประจำด่านกำลังจะไม่ครบตามที่รายงานแต่รับเบี้ยเลี้ยงเต็มๆ หรือถ้าเป็นด่านตรวจทหารหรือฐานทหาร จะมีนายทหารระดับพ.ท.เป็นหัวหน้าแต่ส่วนใหญ่จะมีแต่ชื่อตัวไม่อยู่


            ข้อเท็จจริงจะเป็นประการใด เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองต่างทราบกันดี เพราะต่างอยู่กันแบบไก่เห็นตีนงู งูเห็นมนไก่ ที่กล่าวหาแบบนี้เพราะถ้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกันอย่างจริงจังตรงไปตรงมา เหตุการณ์ความไม่สงบคงจะสงบไปนานแล้ว


             ถ้ามองถึงรูปแบบการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ จะเป็นไปในหลายมิติ ทั้งป้องกันและปราบปราม  การพัฒนาในหลากหลายรูปแบบ ความเชื่อทางศาสนา อุดมการณ์ของผู้ต่อต้านอำนาจรัฐ    แต่ละมิติในการแก้ปัญหาให้บรรลุเป้าหมายล้วนแต่ต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำงานแบบจริงจัง เสียสละ และมีอุดมการณ์จริงๆ ที่สำคัญงานด้านการข่าวต้องแม่นยำ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการแก้ปัญหาและป้องกันเหตุ บทบาทในเชิงการข่าวถือว่าทหาร  โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.)ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นกำลังหลัก


         จึงไม่แน่ใจว่าตลอดเวลาเกือบ 20 ปี ที่ไฟใต้ติดๆดับๆ งานการข่าวของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ามีความแม่นยำแค่ไหน เท่าที่จับอาการจะพบว่าพอเกิดเหตุ จะได้ยินเสียงว่าการข่าวแจ้งเตือนไปแล้วว่าจะมีการก่อเหตุ หากการข่าวแม่นยำจะต้องป้องกันเหตุไม่ให้เกิด ถึงจะเรียกว่าการข่าวมืออาชีพ จริงๆแล้วงาน 4 จังหวัดชายแดนใต้งานการข่าวทหารต้องคัดมืออาชีพลงไปปฏิบัติการ


        แต่ในแวดวงทหารกลับมีเสียงนินทากันว่านายทหารที่จะไปประจำในกอ.รมน.ภาค 4 ส่วน ล้วนแต่ต้องมีเส้นสายเข้าไปเพราะจะมีผลประโยชน์ในรูปต่างๆ และจะถูกผลัดเปลี่ยนเมื่ออำนาจเปลี่ยนมือ


          เสียงนินทานี้ดังไปถึงหูประชาชนในพื้นที่และพูดกันปากต่อปากถึงการทำงานในกอ.รมน.ฯว่า “นายทหารที่ไปประจำการ โดยผู้มีอำนาจจะดึงพรรคพวก ทั้งจากมณฑลทหารบก กองทัพภาค หรือจากกองทัพบก ลงไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสำนักงานกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร จะมีนายทหารหลายระดับตั้งแต่นายสิบยันนายพล มีค่าตอบแทน อาทิ ระดับ พ.อ.จะมีค่าตอบแทนเดือนละ 2,500 บาท เบี้ยเลี้ยงวันละ 270 บาท  รวมแล้วตกเดือนละเกือบ 10,000 บาท เป็นรายได้พิเศษนอกเหนือจากเงินเดือนและนายทหารบางคนที่ถูกดึงไปจะเหลืออายุราชเพียง 1 ปี


       นายทหารเหล่านี้จะมีหน้าที่วิเคราะห์ข่าวจากหน่วยข่าวในพื้นที่รายงานเข้าไปรวมถึงข่าวจากสื่อมวลชนและสื่อโซเซียล  จากนั้นจะประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ทุกวันๆละ 2 รอบ เช้ากับเย็น มีนายทหารระดับสูงเป็นประธานในการประชุม


       หากถึงจังหวะที่อำนาจเปลี่ยนมือกลุ่มนายทหารเหล่านี้จะถูกส่งตัวกลับต้นสังกัด ผู้มีอำนาจคนใหม่จะดึงพรรคพวกของตัวเองเข้ามาทำหน้าที่และรับผลประโยชน์แทน บางชุดอยู่ไม่ถึง 6 เดือนก็กลับต้นสังกัด”
   

ถ้าดูผิวเผินจะพบว่ากอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขยันทำงานเพราะประชุมเช้าเย็น แต่พอเทียบผลงานถือว่าล้มเหลว เพราะถ้ามืออาชีพจริงเหตุการณ์ความสงบในคืนวันที่ 22 มีนาคม จำนวน 44 จุดต้องไม่เกิดขึ้น


     ที่ผ่านมาเมื่อถึงเดือนรอมฏอน ชาวไทยมุสลิมถือศีลอด งานด้านการข่าวของกอ.รมน.จะออกมาเตือนให้ระวังช่วง 10 วันแรกและ 10 วันสุดท้าย อาจจะเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่


    เสียงเตือนในลักษณะมีมานานตั้งเดือนกรกฎาคมปี 2547 ถึงปัจจุบัน แต่หน่วยงานรัฐโดยเฉพาะทหารที่เป็นกำลังหลักในการป้องกันเหตุและแก้ปัญหาความไม่สงบไม่เคยป้องกันได้เลย ทั้งที่งานด้านการข่าวต้องมีความสำคัญระดับต้นๆ เพราะปัญหาค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากมีความแตกต่างทางเชื้อชาติ และศาสนา เข้ามาเกี่ยวข้อง


      นี่เป็นงานเพียงด้านเดียวที่ชาวบ้านได้ยินเสียงนินทามา จะจริงเท็จอย่างไร คนในกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าน่าทราบเป็นอย่างดี   หากมองในฐานะชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเรา รู้สึกเสียดายงบประมาณที่ทุ่มลงไปเพราะไม่คุ้มค่ากับผลงานที่ออกมา ซึ่งเหตุ 44 จุดน่าจะสะท้อนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นถ้าชาวบ้านใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะบอกว่านี่คือการเลี้ยงไข้ ทหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่าถือโกรธ เพราะความรู้สึกสั่งสมมานานแล้ว !!!

จึงไม่แปลกที่ชาวบ้านต่างเห็นตรงกันว่านี่คือการเลี้ยงไข้ เพื่อถลุงงบประมาณโดยเอาชาวบ้าน 4 จังหวัดชายแดนใต้เป็นตัวประกัน
      ตอนที่ 4 คือตอนจบ จะนำเสนอถึงตัวเลขงบประมาณที่ถูกละแลงรวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ !!!