นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุรสิทธิ ตรีทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จะไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ว่า นายสุรสิทธิออกจากพรรคไปตั้งแต่ปี 2554 แล้ว ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐมีเป้าหมายถึงอดีต ส.ส.จากพรรค 12-13 คนนั้น ก็พอรับทราบการเคลื่อนไหวเวลาที่มีการทาบทามคนของพรรคประชาธิปัตย์ ทุกคนต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง และเชื่อว่าคนของพรรคค่อนข้างตกผลึกว่าจุดยืนแนวคิดอุดมการณ์คืออะไร

“ย้ำเสมอว่าการทำการเมืองทำบนพื้นฐานอุดมการณ์จะยั่งยืนที่สุด แต่ถ้าไปยึดติดกับผลประโยชน์เฉพาะหน้าก็จะไม่ยั่งยืน เท่าที่ตรวจสอบก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนกรณีนายพุฒิพงศ์ ปุณณกันต์ นั้นเคยแจ้งว่าจะอยู่กับพรรคแต่ล่าสุดยังไม่ได้คุยกัน สำหรับนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แจ้งว่าจะเว้นวรรคไม่ลงสมัครในการเลือกตั้งครั้งหน้า อย่างไรก็ตาม การดึงตัว ส.ส.เป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคการเมืองต้องแข่งขันกัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พรรคจะเดินหน้าทำในส่วนของพรรค เพราะประชาชนรอคอยคำตอบในเรื่องการแก้ปัญหามากกว่า ส่วนในพื้นที่ใดที่มีอดีต ส.ส.ย้ายออกไปก็จะจัดสรรคนใหม่ลงสมัครแทนไม่มีปัญหาอะไร รวมถึงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่อดีต ส.ส.ของพรรคจะย้ายไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทยด้วย เพราะมีคนจำนวนมากที่พร้อมจะทำงานกับพรรค การดึงตัว ส.ส.เป็นเรื่องของนักการเมืองล้วนๆ

“สิ่งที่ประชาชนรอคอยคือเลือกตั้งต้องดีขึ้นมีการแก้ปัญหาให้ประชาชน การดึงตัวอดีต ส.ส.จะเป็นคณิตศาสตร์การเมืองของใครก็แล้วแต่ หวังว่าประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบในวันเลือกตั้ง ใครจะทำพรรคการเมืองก็มีสิทธิที่จะทำแต่อย่าทำให้ระบบการเมืองเสียหายในภาพรวม เพราะถ้าคนมองว่านักการเมืองสนใจแต่เรื่องผลประโยชน์การปฏิรูปการเมืองก็ไม่มีทางสำเร็จ เพราะประชาะปไตยจะยั่งยืนได้อย่ที่ความศรัทธาของประชาชน นักการเมืองในระบบต้องทำตัวให้เป็นที่ศรัทธา” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการเดินสายของกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองใหม่ว่า ในขณะนี้พรรคการเมืองเก่าไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ส่วนใหญ่ที่เดินสายอ้างสิทธิในขั้นตอนการจัดตั้งพรรคการเมืองจึงไม่อยู่ในข้อห้ามของคำสั่ง คสช. อย่างไรก็ตาม พรรคก็เดินหน้ารับฟังประชาชน รวมทั้งแสวงหาคนใหม่ๆ ในวงการต่างๆ เข้าสู่แวดวงการเมืองเพิ่มเติมด้วย