ที่อาคารชาเลนเจอร์ 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานและปาฐกถา “Thailand Industry Expo 2018” ภายใต้แนวคิด “CHANGE to SHIFT เปลี่ยนเพื่อปรับ ยกระดับอุตสาหกรรมไทย” จัดโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ 2-5 สิงหาคม 2561 เพื่อแสดงศักยภาพและยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายการปาฐกถา พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถามกับผู้ที่มาร่วมงานว่า ที่ตนพูดมาทั้งหมดมีใครไม่เห็นด้วยบ้าง ซึ่งไม่มีใครยกมือ แต่เมื่อถามว่าใครเห็นด้วย ปรากฏว่า มีคนพากันยกมือเป็นส่วนใหญ่ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า คงไม่เคยมีนายกฯคนไหนบ้าไปถามแบบนี้ เขาหาว่าตนบ้าอำนาจไม่ใช่ ตนต้องการสร้างแนวร่วมทางความคิด 4 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยพูดอะไรที่ไม่ดี ตนก็วาดความฝันเหมือนกับประชาชน ต้องคิดว่าตนเองเป็นประชาชนต้องการอะไร จึงเป็นนโยบายที่ถ่ายทอดออกไป รัฐบาลต้องทำหน้าที่แบบนี้ ไม่ใช่อะไรก็ได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนพูดมากขนาดนี้ พูดมา 4 ปี มีบางบริษัทถอดคำพูดตนออกมาได้ 8 ล้านกว่าคำ ไม่สงสารบ้างหรือ ตนพูดไม่ฟังก็ไม่เป็นไร แต่ไปอ่านในหนังสือได้ เพราะนั่นเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศ เป็นการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ของตน ไม่มีรัฐบาลไหนมาพูดแบบนี้ตนจำได้ เป็นทหารมา 40 กว่าปี เป็น ผบ.ทบ.มา 4 ปี ไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนมาพูดอย่างนี้แล้วไม่โดนด่า เรายิ่งพูดยิ่งทำยิ่งโดน ไม่รู้ว่ามันไปมีผลกระทบกับใครอย่างไรหรือเปล่า ตนไม่เข้าใจในการทำแบบนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนขอเวลาเดินดูนิทรรศการขออย่าใช้เวลามาก เพราะตนชักเวียนหัวแล้ว ตั้งแต่เดือนที่แล้วไปต่างประเทศและลงพื้นที่พบประชาชนพูดจนเวียนหัวหมดแล้วตอนนี้ สัปดาห์นี้เปิดไป 4-5 งานแล้ว คนละเรื่องหมดเลยแต่ตนก็พูดได้หมด เพราะตนรู้ทุกเรื่องอ่านทุกเรื่องถ้าไม่อ่านหนังสือไม่รู้เรื่องไม่พัฒนาตัวเองเป็นนายกฯไม่ได้ จำเอาไว้ จะได้คิดทันดอกเตอร์ตนเป็นนักปฏิบัตินักวิชาการคิดมาแล้วตนจะดูว่าอันไหนทำไม่ทำดีไม่ดี วัยนี้ต้องสร้างความเข้าใจ สั่งทุกกระทรวงไม่อย่างนั้นก็ตีกันไปมาวุ่นวายไปหมดและเกิดความความขัดในประเทศ ต่อไปนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย ขอบคุณทหาร-ตำรวจต้องทำหน้าที่ให้ดีเพราะอยู่ในสายตาของทุกคน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ตนยืนยันไม่ต้องการประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ไม่เคยมีธุรกิจบริษัท เมียตนลูกตนก็ไม่มี ใครจะเอาตนไปอ้าง ไม่มี ส่งข่าวให้ตนด้วยว่าใครไปพบว่าตนสั่งไป เพิ่งเจอเหมือนกันมีบอก “นายกฯ เมตตากับครอบครัวผมเสมอมา นายกฯให้ผมมาพบรัฐมนตรี แล้วถ้ารัฐมนตรีไหนให้พบรัฐมนตรีนั้นจะต้องถูกปลดทันที แบบนี้ไม่ได้ อ้างกันเยอะแยะไปหมด แล้วก็เชื่อไปสิ รองนายกฯก็โดนเละกันหมด คราวที่แล้วอ้างเรื่องว่าช่วยเหลือคดีได้ เสียเงิน 5 ล้าน ไปเชื่อได้อย่างไรก็ไม่เข้าใจ วันนี้การฉ้อโกงต่างๆ ก็ยังมีอยู่ ลงทุน 3 พัน ได้ 3 แสน เป็นไปได้อย่างไร ความโลภมันสำคัญ แม้กระทั่งลอตเตอรียังทะเลาะกันไม่เลิก ยังขึ้นศาลอยู่ เดี๋ยวผมจัดการว่าจะทำอย่างไรกับการรวมเล่มลอตเตอรี มันมีวิธีการเดียวเท่านั้น ผมก็คิดของผมไปเรื่อย ถ้าทำอย่างนี้ไม่พอใจเดี๋ยวทำใหม่ แก้จนกว่าจะพอใจ ท้ายที่สุดทุกคนจะเลิกซื้อลอตเตอรีไปเลย ก็ไม่รู้เหมือนกัน