นางไพรวรรณ พลวัน รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กล่าวว่า จากกรณีชายวัย 58 ปี มีอาชีพนักการภารโรง ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนขณะปฏิบัติหน้าที่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเลือดคลั่งในสมอง นอนป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา และให้อาหารทางสายยาง โดยอาศัยอยู่กับลูกชายและลูกสาว ที่ต้องผลัดกันหยุดงานเพี่ออยู่ดูแลอย่างใกล้ชิด ครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่มีเงินเพียงพอค่ารักษาพยาบาล ที่จังหวัดอ่างทอง นั้น ตนได้กำชับให้หน่วยงานท้องถิ่น พร้อมทีม One Home จังหวัดอ่างทอง ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือชายดังกล่าวแล้ว พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น อีกทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ช่วยเหลือดูแลในเรื่องการรักษาพยาบาลของชายดังกล่าวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้คำแนะนำแก่ครอบครัวในเรื่องสวัสดิการสังคม เพื่อขอรับสิทธิตามกฎหมายตามความเหมาะสม และการส่งเสริมการประกอบอาชีพ
รองปลัดฯ รายงานต่อว่า สำหรับกรณีเด็กชายวัย 13 ปี ประสบอุบัติเหตุหกล้มสะโพกหลุด ส่งผลให้ขาพิการ เดินไม่สะดวก แต่ครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่มีเงินเพียงพอค่ารักษาพยาบาล จึงทำให้ต้องลาออกจากโรงเรียนมาอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ ด้านเด็กชายเปิดเผยว่า อยากหายเป็นปกติ และอยากกลับไปเรียนหนังสือกับเพื่อนๆ ที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และกรณีเด็กหญิงวัย 6 ขวบ พิการตาซ้ายบอดสนิท และมีการอักเสบมีน้ำตาไหลตลอดเวลา และถูกเพื่อนที่โรงเรียนล้อเลียนว่าเป็นคนตาบอด ทำให้เด็กหญิงไม่อยากไปเรียนหนังสือ จนบางครั้งทะเลาะมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน โดยเด็กหญิงอาศัยอยู่กับผู้เป็นแม่วัย 45 ปี ที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป อีกทั้งต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกอีก 3 คน ที่อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก นั้น ตนได้กำชับให้ทีม One Home ทั้ง 2 จังหวัด ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินทางสังคม เพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามภารกิจ พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น อีกทั้ง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ช่วยเหลือดูแลในเรื่องการรักษาพยาบาลของเด็กทั้ง 2 คนอย่างใกล้ชิด และช่วยเหลือในเรื่องการศึกษาในระยะยาว พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องสวัสดิการสังคม เพื่อขอรับสิทธิตามกฎหมายตามความเหมาะสม
รองปลัดฯ กล่าวต่อ นอกจากนี้ กรณีหญิงชรารายหนึ่ง ต้องนั่งเฝ้าศพสามีแก่ชราที่เสียชีวิตภายในบ้านพัก เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจนไม่มีเงินทำศพ อีกทั้งยังต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกพิการ ที่จังหวัดปทุมธานี นั้น ตนได้กำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นพร้อมทีม One Home จังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามภารกิจด้านผู้สูงอายุและคนพิการของกระทรวง พม. พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น พร้อมทั้ง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ช่วยเหลือดูแลในเรื่องการรักษาพยาบาลของลูกชายที่พิการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องสวัสดิการสังคม เพื่อขอรับสิทธิตามกฎหมายตามความเหมาะสม และร่วมกันหาแนวทางการช่วยเหลือต่อไป