ดัชนีวัดนโยบายปราบยาเข้าเป้า ชาวบ้านรู้สึกได้-นั่นคือขี้ยาจะบ่นหาซื้อยาก                               

1267


           พลันที่เว็บไซด์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่กฎกระทรวงสาธารณสุขกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ.2567 กลายเป็นดราม่ากระหึ่มโซเซียล

       โดยเฉพาะประเด็นครอบครองยาบ้าไม่เกิน 5 เม็ดเป็นผู้เสพ #ยาบ้า 5 เม็ด ติดแท็กคำค้นในทวิตx
       รวมถึงการสร้างคอนเทนต์เชิงเหน็บแนม ถามพ่อค้าแม่ค้ายาบ้าและสิงห์ขี้ยาว่ารู้สึกอย่างไรขี้ยาบอกขอบคุณรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แม่ค้ายาบอกว่าไม่ดีมันจะคึกคักไปหน่อย จะแห่มาบ่อย

      ขณะบรรดาอดีตตำรวจต่างให้ความเห็นว่าจะกลายเป็นช่องโหว่ให้ตำรวจและฝ่ายปกครองใช้เป็นช่องทางหาประโยชน์ บางคนถึงขั้นตั้งคำถามไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่าใช้สมองส่วนไหนคิด

   ประเด็นนี้จะขยายวงเป็นดราม่านานแค่ไหนหรือรัฐบาลจะกลับมาทบทวนใหม่หรือไม่ สุดจะคาดเดา
แต่สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดคือรัฐบาลควรจะจริงจังกับการปราบปรามยาเสพติดตามที่ผลักดันเป็นวาระแห่งชาติได้แล้ว เพราะนับแต่ขับเคลื่อนนโยบายมากว่า 4 เดือน นำล่องสร้างหนองบัวลำภูโมเดล ผ่านมาระยะหนึ่งชาวบ้านในพื้นที่ยังสัมผัสไม่ได้ว่ายาบ้าเสพติดลดลง

   “จอมมารน้อย”เคยนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ด้วยการรับฟังจากพ่อแม่เหยื่อยาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดยาเสพติด จึงขอนำมาย้ำเพื่อส่งผ่านไปยังรัฐบาลอีกครั้ง

    พ่อแม่สิงห์ขี้ยาบอกว่า พอพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลวาดหวังว่าการราบปรามยาเสพติดจะเฉียบขาดแบบยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เพราะยุคนั้นชาวบ้านที่ลูกเป็นทาสยาได้ลูกกลับคืนมาเป็นเดิม

  “แต่พอรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติใจชื้นขึ้นมา แต่ปรากฏว่าไม่มีอะไรคืบหน้ามีแต่ผลจับกุม มีแต่ประชุมเพื่อประชุมเพราะยาบ้ายังขายกันราคาเดิม เคยส่งลูกไปบำบัดหลายครั้งกลับมาไม่ถึง 2 วัน กลับไปเสพเหมือนเดิม”พ่อแม่ขี้ยาระบุและยังรอและคาดว่ารัฐบาลชุดนี้จะใช้มาตรการเด็ดขาดแบบยุครัฐบาลทักษิณ ยุคนั้นเคยถามคนข้างบ้านที่เคยเสพว่าทำไมถึงเลิก เขาบอกว่าเม็ดละ 800 บาทยังหาซื้อไม่ได้เลยเลิก

  ขณะที่เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดยาเสพติดบอกว่า หากรัฐบาลจะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้บรรลุเป้า ต้องมีความมุ่งมั่นจริงๆ เดินหน้าตามนโยบายที่ว่าจะให้เจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เอกซเรย์พื้นที่นำขี้ยาในชุมชนเข้าบำบัด

  “พวกสมัครใจให้ใช้ศูนย์บำบัดของรัฐที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่พวกไม่สมัครใจต้องใช้กลไกกฎหมายบังคับแล้วขอให้กระทรวงกลาโหมสั่งการให้ค่ายทหารทุกค่ายรับขี้ยาเหล่านี้เข้าบำบัดอย่างเข้มงวด”เจ้าหน้าที่ระบุและว่าไม่ควรใช้ค่ายอาสาสมัคร(อส.)ของจังหวัดเด็ดขาด เพราะค่าย อส.จะอยู่แบบหลวมๆ มีครอบครัวของ อส.อาศัยอยู่ด้วย บางค่ายกลุ่มคนเหล่านี้จะแฝงตัวขายยาเสพติดให้กับผู้เข้าบำบัด เพราะระหว่างบำบัดช่วงเช้าเย็นจะปล่อยให้ไปนั่งกินอาหาร ที่ครอบครัว อส.เปิดขายได้ด้วย จึงเป็นช่องโหว่ซื้อขายยาบ้าได้

 เจ้าหน้าที่ฯยังบอกอีกว่าระหว่างที่นำขี้ยาเข้าบำบัด นายกรัฐมนตรีต้องลงไปกำชับมอบนโยบายให้ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และทหารลุยปราบปรามอย่างเฉียบขาดเหมือนยุครัฐบาลทักษิณ พ่อค้าคนไหนไม่ไหวเครือข่ายเยอะส่งไปให้เกิดใหม่ เพราะหากจับกุมจะไปไร้ประโยชน์เพราะกระบวนการยุติธรรมไทยอ่อนแอ

 “เมื่อปราบปรามแก๊งค้ายาราบคาบทุกหย่อมหญ้าแล้ว สภาพแวดล้อมเดิมๆจะหายไป ขี้ยาที่ผ่านการบำบัดเมื่อกลับสู่ชุมชนจะพบว่าสภาพที่แวดล้อมที่เคยมีแต่บรรดาพ่อค้ายาบ้าหายไป ยาเสพติดหาซื้อยากและราคาแพงลิ่ว โอกาสขี้ยาจะกลับมาเสพอีกแทบจะไม่มี”เจ้าหน้าที่ฯระบุและว่าขี้ยาส่วนใหญ่จะขี้เกียจไร้อาชีพ รัฐบาลต้องให้กระทรวงแรงงานเข้าฝึกอาชีพพร้อมจัดหาตำแหน่งงานให้เข้าทำงาน เชื่อว่าชุมชนจะน่าอยู่พ่อแม่ที่ทนทุกข์อยู่นานจะหายจากทรมานใจ

  “หากรัฐบาลสามารถทำได้แบบนี้เชื่อว่านโยบายปราบยาเสพติดบรรลุเป้าอย่างแน่นอน แต่นายกรัฐมนตรีต้องใจแข็งและพร้อมที่จะเป็นกำแพงให้เจ้าหน้าที่ยืนพิงอย่างไม่หวั่นไหว เพราะขบวนค้ายาเสพติดในประเทศไทยใหญ่เกินกว่าจะให้เจ้าหน้าที่สู้แบบโดดเดียว”เจ้าหน้าที่ฯระบุและว่า ตลอด 9 ปีที่ผ่านมาขบวนการค้ายาเสพติดซึมลึกเข้าไปเกือบทุกองค์กรของรัฐทั้ง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองและนักการเมืองทุกระดับตั้งแต่ท้องถิ่นยันระดับชาติ นี่คือข้อเท็จที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปะสบอยู่ หากรัฐบาลจะนำไปใช้เป็นแนวทางน่าจะเกิดประโยชน์ไม่น้อย

     แต่ทุกวันนี้เห็นอาการของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่ขับเคลื่อนแล้วจะเป็นไปในลักษณะฉาบฉวย สร้างภาพประชุมเพื่อประชุม แถลงผลการจับกุมแสนเม็ดล้านเม็ดยึดทรัพย์จำนวนมาก ทำได้แค่สร้างภาพ เพราะยาบ้ายังราคาถูกปกติ
 

    ดังนั้นถ้ารัฐบาลอยากจะทำทราบว่านโยบายบรรลุเป้าหรือไม่ จะต้องทำให้ประชาชนรู้สึกและพูดว่ายาเสพติดหายไปและขี้ยาบ่นว่าหาซื้อยากราคาแพงลิ่ว

   แต่ ณ เวลานี้ความรู้สึกยังเหมือนตลอดเวลา 9 ปี ที่ผ่านมาว่ายาบ้าชุกชุม 3 เม็ด 100 หรือ 5เม็ด 100 ขี้ยาเกลื่อนเมือง !!!