ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม. สัญจร ว่าทางกลุ่มจังหวัดได้เสนอการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ พัฒนาคมนาคมขนส่ง ขยายเส้นทาง เพื่อบรรเทาอุบัติเหตุ รถไฟทางคู่ การจัดทำเส้นทางรถไฟเพิ่มเติมเชื่อมต่อรถไฟทางคู่ ขยายโอกาสให้ประชาชนได้สัญจรไปมาได้อย่างสะดวก และยังมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำกว่า 40 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจัดทำแก้มลิง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ตนได้สั่งการ ให้แนวทางในการขุดลอกแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อกระจายน้ำให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ อย่างไรก็ตาม บางครั้งในโครงการขนาดใหญ่ ก็จะดำเนินการลำบาก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดยังมีการเสนอโครงการยกระดับการพัฒนาการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์ ต้องเริ่มจากเกษตรปลอดภัย ทั้งนี้ได้ให้แนวทางไปว่า ทำอย่างไรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน ได้มีโอกาสเข้ามาเป็นคนกลางในการจำหน่าย แลเกษตรกรต้องรู้จักการค้าการลงทุน สร้างกลไกการตลาด ไม่ผลิตจนปริมาณล้นตลาด

“กลุ่มจังหวัดได้เสนอให้จัดตั้งโรงงานต้นแบบเพื่อผลิตเครื่องสำอาง เครื่องดื่ม เกษตร ปศุสัตว์ โดย ครม.ได้รับไว้พิจารณา ว่าจะจัดสรรงบประมาณได้อย่างไร เพื่อให้เกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ขอฝากความหวังไว้กับสถาบันการศึกษา ให้ช่วยเรื่องพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการเกษตร ขอให้ช่วยให้ความรู้กับประชาชนด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งหมดล้วนเป็นความต้องการที่ประชาชนขอมา รัฐบาลมีหน้าที่จัดสรรปันส่วนงบประมาณไปให้พื้นที่พอใจ แต่ไม่ได้ต้องการให้ทุกคนพอใจรัฐบาล เราอยากให้ทุกคนพอใจการมีส่วนร่วมในการทำงานของรัฐบาล ส่วนเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทางจังหวัดได้เสนอขยายโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โดย ครม. ได้ให้ขยายโดยใช้พื้นที่ของหน่วยความมั่นคงซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน พร้อมเพิ่มเครื่องมือในการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะโรคเฉพาะทาง เพื่อให้ทันกับสถานการณ์

“ประชาชนในพื้นที่กังวลเรื่องพัฒนา การทางด้านร่างกาย โดยเฉพาะเด็กแรกเกิด เด็กก่อนวัยเรียน เพราะจากสถิติ การพัฒนาทางสมอง ทดสอบไอคิว ค่อนข้างน้อย ขีดความสามารถการเรียนระดับพื้นฐานก็ต่ำ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่ต้องแก้ไข แต่สิ่งที่กังวลคือการขาดแคลนไอโอดีน โปรตีน เกลือแร่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว