ปมจับ”ศรีสุวรรณ-เจ๋ง”ตบทรัพย์ สืบเจอฝูงเหลือบในคราบการเมือง-ขรก.อื้อ !!              

852


              ไม่น่าเชื่อว่าครอบครัวของ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว จะถูกคุมคาม หลังมีการจับกุมนายศรีสุวรรณ จรรยา นักร้องเรียน นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก และน.ส.พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ คณะทำงานของนายพีระพันธ์ สารีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน


       

ที่ตั้งปุจฉาว่าไม่น่าเชื่อว่าถูกคุกคาม เพราะเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีบทบาทสำคัญในการล่อซื้อให้นายศรีสุวรรณ นายยศวริศ และน.ส.พิมณัฏฐา ติดกับกัดฐานตบทรัพย์ เพราะหากประเมินถึงศักยภาพส่วนตัวของนายศรีสุวรรณและนายยศวริศ แล้ว ไม่น่าจะมีเพาเวอร์พอที่จะส่งคนไปคุกคามข่มขู่ได้
         
จึงทำให้เชื่อว่าคดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายของนายศรีสุวรรณและฝ่ายของนายณัฏฐกิตติ์ เป็นข้าราชการระดับบิ๊ก และบิ๊กการเมือง เพราะก่อนถูกคุกคามมีข่าวสะพัดว่า นักการเมือง ป.ได้บอกอธิบดีกรมการข้าวและภรรยาว่า”เบาได้เบา”

            ต่อมาตำรวจขยายผลจับกุมนายเอกลักษณ์ วารีชล หรือ เอก ปากน้ำ เพราะผลสอบนายศรีสุวรรณและนายยศวริศ พบว่าเชื่อมโยงกัน โดยนายเอก ทำหน้าที่เป็นคนกลางประสานงานในกลุ่มนายศรีสุวรรณ
           
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บอกว่า นายเอก เป็นคนเก่ง ควบคุมสถานการณ์ต่างๆได้ ทำให้นายศรีสุวรรณเชื่อถือ มีข้อมูลการทุจริตการตรวจสอบหน่วยงานรัฐต่างๆเป็นจำนวนมาก รู้จักคนเยอะ
         
ทางสืบสวนพบว่านายเอก มีข้อมูลโครงการต่างๆในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นที่ปรึกษาและเป็นร่างโครงการต่างๆทำให้รู้ว่าโครงการไหนใครเป็นผู้เสนอ ทำตัวลึกลับบางยุคสามารถเข้าออกทำเนียบรัฐบาล ได้เพราะสนิทคุ้นเคยกับนักการเมืองเลือดอีสาน อดีตเป็นรองเลขาฯนายรัฐมนตรีและผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ
 

            หลังจับกุมนายเอก มี นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนัก เข้าร้องเรียนว่าเคยถูกตบทรัพย์เช่นกัน
           กรณีนายกองตรี ธนกฤต เกิดสมัยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม(นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ) ถูก นายศรีสุวรรณ และนายยศวริศ ร้องเรียนให้ตรวจสอบโครงการประมูลสัมปทานกำไร EM มีการเข้าพบเจรจาเรียกรับเงิน แต่ นายกองตรีธนกฤต ไม่ตกลง เลยไปร้องเรียนกมธ.การกฎหมายฯ วุฒิสภา สอบสวนไม่พบการทุจริต

      ขณะที่ นายเสกสกล บอกว่า”ช่วงปี 2565-66 ถูก นาย อ.กรรโชกทรัพย์ทุกรูปแบบจนทนไม่ไหว ต้องไปแจ้งความ ตัวเลขที่ถูกกรรโชกหลักหลายแสนบาท ที่ผ่านมาเขาคุกคามผม ขนาดผมเป็นถึงผู้ช่วยนายกฯยังโดนกระทำแล้วประชาชนตาสีตาสา คนธรรมดาทั่วไปจะอยู่ได้อย่างไร ไม่อยากให้คนเหล่านี้มีที่ยืนในสังคม”
     
เมื่อมองถึงรูปคดียังไม่สามารถประเมินไม่ได้ว่าจะจบแบบไหน เพราะยังมีความเคลื่อนไหวในการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน

      แต่นำบางช่วงบางตอนมานำเสนอ เพียงเพื่อสะท้อนให้เห็นว่าในแวดวงการเมืองและราชการมีฝูงเหลือบ คอยสูบงบประมาณแผ่นดินในหลากหลายรูปแบบ ทั้งนักการเมืองสูบโดยตรงหรือใช้ร่างทรงที่เป็นเอกชนหรือข้าราชการทำหน้าที่ชงแล้วสูบ หรือข้าราชการสูบเองแล้วนำเงินที่ได้ไปซื้อตำแหน่ง

        อย่างกรณีนายเอก น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะในทางสืบสวนพบว่าบางยุคสามารถเข้าออกทำเนียบรัฐบาลหรือกระทรวงต่างๆได้อย่างสบาย เพื่อคอยเป็นที่ปรึกษาหาช่องทางโกงงบแผ่นดิน จากพฤติกรรมดังกล่าวหากไม่มีบิ๊กการเมืองหรือบิ๊กรัฐบาล คอยหนุนหลังทำไม่ได้อย่างแน่นอน ขนาด นายเสกสกล ยังบอกว่าเป็นถึงผู้ช่วยนายกฯยังโดนข่มขู่จนทนไม่ไหว แสดงว่าใหญ่จริง ถ้ามองในมุมกลับแสดงว่าคนกลุ่มนี้ได้กลิ่นไม่ดีถึงกล้าข่มขู่ตบทรัพย์      

        สำหรับพฤติกรรมการทำตัวเป็นแฝงเหลือบยังมีอีกหลายกลุ่ม ที่ยังไม่เป็นข่าวฉาวโฉ่เพราะผลประโยชน์ยังเคลียร์กันลงตัว แต่ครั้งนี้ที่เป็นข่าวฉาวโฉ่ เชื่อว่าเคลียร์กันไม่ลงตัว และมีหลายประเด็นที่สอบสวนไม่กระจ่างเพราะกลัวหยิกเล็บเจ็บเนื้อ และบางคนฉวยโอกาสนี้สางแค้นส่วนตัวที่ถูกตบทรัพย์ ละครเรื่องนี้ต้องดูกันยาวๆ

      หากตำรวจ ป.ป.ช. ป.ป.ท.และ ปปง. ทำงานกันอย่างสอดประสานสามารถเอาผิดผู้เกี่ยวข้องได้แบบถอนรากถอนโคน จะช่วยขจัดฝูงเหลือบได้ไม่น้อย และหากสืบเส้นทางเงินแบบกระจ่าง พวกที่ให้ข้อมูลหรือเป็นพยานบางคนอาจจะมาอยู่ในสภาพเดียวกับศรีและเจ๋ง ก็เป็นได้

     เพราะที่ผ่านมาต่างอยู่กันแบบไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ !!!แต่เบื้องต้นพอประเมินได้ว่ามีการสางแค้นส่วนตัวที่ถูกตบทรัพย์กันอย่างแน่นอน