ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีองค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ตั้งข้อสังเกตว่ามีความพยายามยื้อเวลาการตรวจสอบการถือครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า เป็นเรื่องธรรมดา และเป็นความเห็นของบุคคล แต่ถือเป็นสิ่งที่ดีที่มีการช่วยเตือน ช่วยแนะนำ อย่างไรก็ตาม ทางคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงกำลังทำงานอยู่อย่างเต็มที่ พยายามหาข้อมูลและหลักฐานมาประกอบในการตอบกับสังคมให้ได้ครบถ้วน เพราะการตอบต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญ คนรับผิดชอบคือ ป.ป.ช. ดังนั้น ขอให้ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน ส่วนตนเองรับฟังทุกข้อห่วงใยและข้อสังเกต สิ่งที่เป็นประโยชน์รับฟังทั้งนั้น ขณะเดียวกัน ต้องเร่งรัดทำงานไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้สังคมไว้วางใจ ป.ป.ช.น้อยลงจนจะติดลบแล้ว พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเพียงกรณีเดียว แต่งาน ป.ป.ช.มีมากมายหลายเรื่อง ตนได้บอกแล้วว่าในฐานะที่รับผิดชอบรับฟังทุกข้อห่วงใย อย่างไรก็ตาม ความศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อองค์กรถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่สำคัญที่ผลของการทำงานต่างหาก เพราะถ้าเราทำงานอย่างเร่งรัดและผลที่ออกมาไม่ครบถ้วนจะเกิดความเสียหายอยู่ดี สังคมจะมองได้อีกว่ามีแต่ความเร่งรัดรีบเร่ง มองกันไปได้ทุกมิติ ดังนั้น ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทำงานได้ถูกต้องตามระเบียบขั้นตอน มุ่งมั่นที่จะตอบสังคมให้ได้เท่านั้น การทำงานของ ป.ป.ช.จะต้องมีรายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นเรื่องสนใจของสังคม เจ้าหน้าที่ทุกคนตระหนักเรื่องนี้ว่าจะต้องทำให้ครบถ้วน ซึ่งกรรมการผู้รับผิดชอบสำนวนเป็นห่วงใยเรื่องนี้ ทั้งนี้ ตนต้องขอบคุณที่สังคมให้ความสนใจ ให้ข้อสังเกต และคำแนะนำ ป.ป.ข.จะรับมา สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์หรือที่เราทำยังไม่ครบถ้วนจะรับมาดำเนินการและเร่งรัด เพื่อให้ถูกต้อง ให้สังคมหายสงสัย เพราะเมื่อเรื่องออกไปสู่สังคมเราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ

เมื่อถามว่า เหตุใดจึงไม่สามารถขอข้อมูลนาฬิกาจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยได้ ทั้งที่ ป.ป.ช.มีอำนาจทำได้ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เท่าที่รับฟังจากกรรมการ ป.ป.ช.ที่รับผิดชอบ ไม่ใช่ว่าขอไม่ได้ แต่เพราะตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยเขาไม่มีข้อมูล โดย ป.ป.ช.ได้สอบถามข้อมูลถึงซีเรียลนัมเบอร์ขอนาฬิกาเรือนต่างๆ แต่เขาแจ้งว่าไม่มีข้อมูล ไม่ได้ขายนาฬิการุ่นนี้ ดังนั้น ป.ป.ช.จึงต้องขอข้อมูลจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ ซึ่งยอมรับว่าต้องเสียเวลา แต่ถ้าจะไม่ขอไปก็จะไม่มีข้อมูลที่ครบถ้วน

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่บริษัทแม่จะให้ข้อมูลหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะเป็นความร่วมมือในฐานะที่เขาเป็นบริษัทข้ามชาติ ต้องดูว่าเขามีการบันทึกข้อมูลเอาไว้ว่านาฬิกายี่ห้อนี้ ซีเรียลนัมเบอร์นี้ ใครเป็นตัวแทนจำหน่ายที่รับไปหรือไม่

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าผ่านมานานแล้วเหตุใด ป.ป.ช.จึงไม่ตั้งอนุกรรมการไต่สวนไปก่อน พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า มันไม่มีเหตุที่จะต้องไปตั้งอนุกรรมการไต่สวน และไม่ใช่ว่าทุกเรื่องเราจะต้องไปตั้งอนุกรรมการไต่สวน การจะตั้งได้เราต้องมีข้อมูลจากการแสวงหาข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แต่เรื่องนี้ยังอยู่ในชั้นคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อหาให้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง จึงต้องสอบถามไปยังบริษัทแม่ที่ขายว่าได้กระจายไปยังตัวแทนจำหน่ายใด และประเทศใด