ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวการดูดอดีตส.ส.เข้าสู่พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่าได้ย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐแล้ว ว่า “ดูดอะไร ใครดูด ผมไม่รู้  ใครเป็นคนคิดเรื่องดูด แล้วใครทาบทาม  และพรรคพลังประชารัฐมีอยู่ที่ไหน  เป็นของใคร เราไม่รู้  ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เขาว่ากันไป ส่วนการย้ายพรรคก็เป็นเรื่องธรรมชาติของอดีตส.ส. เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงของการเมือง ทุกครั้งก็เป็นอย่างนี้”

เมื่อถามว่า ทุกครั้งที่รัฐบาลลงพื้นที่ เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลได้เปรียบทางการเมือง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ลงพื้นที่มาตลอด 2-3 ปี พอมาลงพื้นที่ตอนนี้ไม่ได้แล้วหรือ เราไปก็ไม่ได้ไปพบอดีตส.ส. ไม่ได้ให้นายกฯ ไปหาอดีตส.ส.  แต่นายกฯไปพบประชาชน ติดตามงานที่สั่งการไว้ ซึ่งบางครั้งจังหวัดไหนที่ลงพื้นที่แล้วก็ลงพื้นที่ซ้ำอีก  ซึ่งในส่วนของตนก็ลงพื้นที่ไปดูงานที่รับผิดชอบ เช่น ไปดูการทำงานของตำรวจในโรงพัก รวมถึงไปดูทหารและกระทรวงมหาดไทย ตนไปดูทุกครั้ง เขาไม่สนใจเอง

เมื่อถามว่า จ.อุบลราชธานีเคยเป็นพื้นที่ของกลุ่มคนเสื้อแดง และมีความขัดแย้งทางการเมืองสูง ขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่เป็นอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรียบร้อยดี ทุกพื้นที่ก็ไม่มีปัญหาอะไร มีแต่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ยืนยันว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้ยังไม่มีการรวมกลุ่มและเดินขบวนชุมนุม จึงยังไม่มีอะไรเป็นข้อวิตกกังวล เพราะเขาเชื่อฟังและเชื่อมั่นว่าคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เรายังไม่ปลดล็อก เขาก็ดำเนินการไปตามขั้นตอนที่หากจะทำกิจกรรมอะไรก็ต้องขออนุญาตจากคสช.  ซึ่งทาง คสช.ก็อนุญาต

เมื่อถามย้ำว่า ถ้าเช่นนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. สามารถลงพื้นที่ได้ในทุกพื้นที่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไปได้ทุกภาค ก็เป็นคนไทย ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”

เมื่อถามอีกว่า กำหนดการลงพื้นที่ครม.สัญจรครั้งนี้ มีการยกเลิกกำหนดการพบผู้นำท้องถิ่น ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการพบผู้นำท้องถิ่นมาตลอดทุกจังหวัด ถือเป็นการหลบกระแสวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่  พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่ได้หลบ เขามาพบก็พบ ไม่มาพบก็ไม่พบ ทุกครั้งเขาขอพบ  เราก็พบ  เขาไม่ขอพบก็ไม่พบ เพราะไม่ได้มีอยู่ในกำหนดการในการไปพบ และทุกครั้งที่ไปพบก็ เพราะเขาขอพบ ส่วนครั้งนี้ผมไม่รู้ เท่าที่ดูก็ไม่มี”

เมื่อถามว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร หารือเครือข่ายชาวนา หวังคิดนโยบายช่วยแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ถือเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ เคลื่อนไหวไปทำไม เรื่องที่เขาสัญญาก็ต้องไปถามเขา มาถามตน ตนจะรู้ไหม ส่วนการเคลื่อนไหวจะถือว่าผิดคำสั่ง คสช.หรือไม่นั้น เขาคุยกัน เป็นเรื่องของการพูดคุย ยังไม่ได้ทำอะไร และยังไม่เป็นพรรคการเมือง

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในต่างประเทศจะเป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยของไทยหรือไม่ ว่า เรื่องดังกล่าวต้องให้ประชาชนได้ดูว่าเรื่องที่อดีตนายกฯไปอยู่ต่างประเทศ จะมีผลไปสู่เรื่องประชาธิปไตย เพราะเขาหนีไป

เมื่อถามว่าคิดว่าการเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ มีพลังกับการเมืองบ้านเราให้กลับไปเป็นแบบเดิมอีกหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมไม่คิด ผมเฉยๆ ก็แล้วแต่ถ้าคุณจะคิดก็คิด ผมไม่รู้ว่าเขาจะไปทำอะไร”

เมื่อถามอีกว่า ฝ่ายความมั่นคงได้กำชับติดตามตัวหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวสั้นๆ ว่า “ทางตำรวจและอัยการเขาทำอยู่แล้ว”