“คงกฤษ” นำ กมธ.กระจายอำนาจตรวจ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” หลังเพลิงไหม้ จี้สอบปมตรวจไม่เจอเปิดกึ่งผับ-คาดรู้ผลใน 20 วัน

6

กรุงเทพฯ, 16 ก.ค. – นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมาธิการฯ ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ สำนักงานเขตจตุจักร เพื่อติดตามสถานการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว โดยมุ่งเน้นไปที่การหาสาเหตุเพลิงไหม้ การเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ตรวจสอบการขอใบอนุญาต มาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร และมาตรการป้องกันอัคคีภัย โดยมี นายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร ผู้แทนจากสำนักการโยธา สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. และผู้แทนจาก สน.พหลโยธิน เข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่คณะ กมธ. จะลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุจริง

​นายคงกฤษ เปิดเผยข้อมูลจากการชี้แจงของสำนักงานเขตจตุจักรและสำนักการโยธา เกี่ยวกับประเด็นใบอนุญาตและการต่อเติมอาคาร ว่า ใบอนุญาตถูกต้อง 2 ฉบับ ร้านดังกล่าวได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการอาหารหรือสะสมอาหาร 1 ฉบับ และใบอนุญาตให้มีการแสดงดนตรีอีก 1 ฉบับ ภายใต้ พ.ร.บ.การสาธารณสุข โดยมีการต่ออายุเป็นประจำทุกปี  ส่วนอาคารพาณิชย์ดังกล่าวได้รับอนุญาตมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 แม้จะไม่พบเอกสารใบอนุญาตก่อสร้างเดิม (อ.1) เนื่องจากในอดีตพื้นที่นี้ขึ้นตรงกับเขตบางเขน ก่อนจะแยกมาเป็นเขตจตุจักร แต่ยืนยันว่าเป็นอาคารเดิมและใช้บ้านเลขที่เดิมมาโดยตลอด ซึ่งผ่านการตรวจสอบสภาพอาคารตามขั้นตอนก่อนอนุญาตทุกครั้ง

​สำหรับกรณีที่ชาวบ้านเคยร้องเรียนเรื่องเสียงดัง และตั้งข้อสังเกตว่าร้านมีลักษณะคล้าย “กึ่งผับ” นั้น นายคงกฤษ ระบุว่า ทางเขตฯ ชี้แจงว่าร้านนี้ได้รับอนุญาตในฐานะร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรี ไม่ใช่สถานบริการตาม พ.ร.บ.สถานบริการ ด้านตำรวจยืนยันว่าจากการตรวจตรายังไม่พบการกระทำที่เข้าข่ายสถานบริการ  อย่างไรก็ตาม กมธ. ได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญในประเด็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

​”จากข้อมูลที่ตำรวจชี้แจง พบว่าการเข้าตรวจสอบจะดำเนินการเฉพาะในช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืนตามที่ใบอนุญาตกำหนด หลังจากนั้นไม่มีการเข้าตรวจสอบ ซึ่งประเด็นนี้ กมธ. จะต้องติดตามข้อเท็จจริง และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต่อไป” ประธาน กมธ.กระจายอำนาจ กล่าว

​นอกจากนี้ ภาพที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์และภาพขณะที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ชี้ชัดว่า ร้านมีลักษณะคล้ายสถานบันเทิง ซึ่งขัดกับสภาพเดิมที่เป็นร้านอาหารแบบเปิดโล่ง จึงต้องรอผลสอบสวนว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดปล่อยปละละเลยหรือไม่ พร้อมย้ำว่ากฎหมายปัจจุบันมีเพียงพอแล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ

​นายคงกฤษ ระบุด้วยว่า ขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้วหลายชุด เพื่อสืบสวนหาสาเหตุและข้อบกพร่องที่ทำให้เกิดความสูญเสีย อาทิ คณะกรรมการของ กทม. และ คณะกรรมการของสำนักงานเขตจตุจักร (อยู่ระหว่างดำเนินการ), คณะกรรมการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าจะใช้เวลาสอบสวนข้อเท็จจริงประมาณ 20 วัน และไม่น่าจะเกิน 1 เดือน ​หลังจากได้ข้อสรุปทั้งหมด คณะกรรมาธิการฯ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงความคืบหน้าอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยในสถานบริการอื่น ๆ อีกต่อไป