ที่ ศาลทหารกรุงเทพฯ  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่กลุ่มสามมิตร ดูดตัว ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปร่วมงานด้วย ว่า ตนคิดว่ากระบวนการดูดนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อ นปช. ทั้งหมด และไม่ส่งผลกระทบต่อ นปช. และมวลชนส่วนใหญ่ที่ร่วมต่อสู้กันมา ทุกคนยังยืนยันในหลักการประชาธิปไตย และไม่ได้ต่อต้านการเคลื่อนไหวของ กลุ่มสามมิตร ไม่ได้ไปกดดันกับมวลชนว่าห้ามไปร่วมกับ กลุ่มสามมิตร ถ้าหาก กลุ่มสามมิตร คิดว่าขบวนการดูดดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการทางการเมือง ก็ทำได้ ส่วนประชาชนจะตัดสินใจอย่างไร ตนเคารพในวิจารณญาณของประชาชน

“คิดว่าการย้ายพรรคของนักการเมืองเป็นเรื่องปกติ และเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัยที่มีการเลือกตั้ง แต่คราวนี้ที่เป็นข่าวกันมากเพราะมีการวางโรดแม็พการสืบทอดอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงเกิดปัญหาความไม่ชอบธรรม จึงเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ และประชาชนต้องให้ความสำคัญในการตัดสินใจ ตนยังเชื่อมั่นว่าการเลือกเดินไปข้างหน้าด้วยความยุติธรรม สุจริต โปร่งใส การตัดสินใจของประชาชนจะเป็นการชี้ทางออกของประเทศ” นายณัฐวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า ขบวนการดูดแกนนำ นปช. มีการต่อรองเรื่องคดีความ โดยเฉพาะนายสุพร อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา ที่มีคดีความอยู่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เท่าที่จำได้ นายสุพรได้ประกาศยุติบทบาททางการเมือง และได้สาบานที่อนุสาวรีย์ย่าโม หลังจากการยึดอำนาจของ คสช. ได้ไม่นาน จากนั้นตนก็ไม่ได้พบกับนายสุพรอีกเลย ถ้าเขาตัดสินใจร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์โดยชอบของนายสุพร ซึ่งความเป็น นปช. ดำรงอยู่ตามหลักการประชาธิปไตย เมื่อใดก็ตามที่ใครทิ้งหลักการนี้ หรือไปสนับสนุนขบวนการสืบทอดอำนาจ ก็ถือว่าสิ้นสภาพความเป็น นปช. ไม่ใช่ตนหรือแกนนำเป็นคนตัดสิน แต่อยู่ที่หลักการเป็นคนตัดสิน” นายณัฐวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า วิเคราะห์ได้หรือไม่ที่มีการดูดแกนนำ นปช. ในพื้นที่ต่างๆ นายนัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนคิดว่าใครก็ตามที่มีเป้าหมายทางการเมืองในสนามเลือกตั้ง ก็คงมองไปที่มวลชนทุกกลุ่ม อยากให้เข้าร่วมและสนับสนุน ซึ่งคิดว่าผู้มีอำนาจจะมอง นปช. เป็นปรปักษ์ ต้องทำให้ย่อยสลายไป แต่ความจริงตลอด 4 ปี เราไม่ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจ เราสงบอยู่ในที่ตั้ง ดังนั้น ถ้าฝ่ายผู้มีอำนาจจะดูดหรืออะไรต่อไป ตนก็ไม่ห้าม ก็ขอให้ไปเต็มที่ ส่วนประชาชนจะตัดสินใจอย่างไร ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนด้วย

“ถ้าจะดูปรากฏการณ์ทางการเมืองในมิตินี้ ต้องดูให้รอบด้าน ถ้าดูดสมาชิกพรรคเพื่อไทยออกไป ก็ต้องหันไปดูด้วยว่า คนที่จะเข้ามาพรรคเพื่อไทยมีมากกว่าที่ดูดออกไปหรือเปล่า เพราะเท่าที่ได้ยินมา ในพื้นที่ภาคอีสาน เมื่อมีกระแสข่าวว่าจะดูด ส.ส. ออกไป ก็จะมีคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาอีก 3 – 4 เท่าตัว เข้ามาที่พรรคเพื่อไทย แต่ขณะนี้ยังติดล็อกทางการเมืองอยู่ ไม่สามารถคัดสรรผู้สมัครได้ ก็ต้องรอระยะเวลา ซึ่งการที่ไหลออกและเข้ามามีความต่างอย่างมีนัยสำคัญ” นายณัฐวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า การที่มีเสียงวิจารณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะลงพื้นที่ ครม.สัญจร ใน จ.อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เพื่อไปดูดตัว ส.ส. นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เมื่อนายกฯ ยืนยันว่าการเดินทางดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการเมือง ตนก็จะรับฟังท่าน ส่วนพฤติกรรมหรือการปฏิบัติของฝ่ายต่างๆ ที่ประกาศตัวว่าจะสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อ ส่วนการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน ก็ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการตัดสิน ตนคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่ตนจะมาต่อล้อต่อเถียงกับนายกฯ รายวัน ก็ขอให้ท่านทำงานของท่านต่อไป