นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความสำเร็จในการนำตัวโค้ช และนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอคาเดมี ทั้ง 13 คนที่ติดอยู่ในวนอุทยานถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ออกมาได้ครบ และปลอดภัยว่า ตนดีใจมาก น้ำตาไหลเลย “ไอ แอม เวรี่ แฮปปี้” ต้องใช้ประโยคนี้ เพราะประโยคนี้เด็กก็พูดเมื่อ 18 วันที่แล้ว แต่วันนี้เด็กๆ จะพูดคำนี้ได้เต็มปาก แล้วคนไทยทั้งประเทศก็แฮปปี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สอนบทเรียนอะไรให้คนไทยบ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า สารพัดชนิด ทั้งบทเรียนที่เกี่ยวกับตัวเด็กเอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียน ทั้งของญาติ และเป็นเรื่องที่คนที่ไปเที่ยวป่า ภูเขา แม่น้ำ ลำคลอง ต้องระวังและรู้ว่าอะไรคือความพอดี และยังเป็นบทเรียนของการช่วยเหลือ ซึ่งคนทั้งโลกคิดตรงกันว่าความร่วมมือร่วมใจการตัดสินภายใต้การนำที่ดีประสบความสำเร็จได้ ขณะเดียวกันเป็นเรียนของสื่อที่มานั่งทำงานร่วมกับสื่อกันเองและสื่อต่างชาติ รวมถึงการถึงแหล่งข่าวที่ยาก เพราะมีเส้นขีดกั้นหลายอย่างต้องดูว่าจะทำหน้าที่อย่างไรโดยไม่ไปละลาบละล้วงก้าวก่ายกัน ทั้งหมดนี้ต้องมาทำเป็นคู่มือและตำราต่อไป ขณะเดียวกันรัฐบาลพูดหลายครั้งว่าต้องพัฒนาถ้ำหลวงและละแวกใกล้เคียงให้เป็นแหล่งที่ปลอดภัย สะดวกสบาย เพราะต่อไปจะมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า รัฐบาลพูดหลายครั้งว่าจะต้องพัฒนาถ้ำหลวง และบริเวณใกล้เคียงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย และมีความสะดวกสบาย เพราะต่อไปจะมีชื่อเสียงไปทั่วโลก แต่จะต้องดูว่าเราจะทำอย่างไรให้เก็บสิ่งเหล่านั้นไว้ได้ อย่างเมื่อครั้งเหตุการณ์สินามิในประเทศไทย เราก็มีบทเรียนที่คล้ายกัน แต่เมื่อย้อนรอยกลับไปดูจะไม่ค่อยได้เห็นเรื่องสึนามิแล้ว ไม่รู้ว่าคืออะไร เพราะเวลาผ่านมา 10 กว่าปีลืมไปหมดแล้ว จึงไม่อยากให้เหตุการณ์ถ้ำหลวงถูกมองผ่านไปเพราะจบลงด้วยความสำเร็จ แม้จะความสูญเสียกรณีจ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม เกิดขึ้น เชื่อว่าคนทั้งหลายคิดตรงกันว่างานนี้ใครเป็นวีรบุรุษและจะต้องทำอะไรต่อ ทั้งหมดนี้เป็นบทเรียนที่น่าสนใจของชาวเชียงราย คนไทย และของโลก เพราะเหตุเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ในโลก