ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการลงมติให้ความเห็นชอบบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันพรุ่งนี้ (12 ก.ค.) อาจจะมีการล้มกระดาน ว่า ส่วนตัวไม่ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว เพราะคณะกรรมาธิการที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ยังไม่มีการแถลงต่อที่ประชุม สนช. อย่างไรก็ตามทั้งหมดเป็นดุลพินิจของสมาชิก สนช. ในการตัดสินใจว่า จะให้ความเห็นชอบหรือไม่อย่างไร  เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด  ทั้งความซื่อสัตย์ สุจริต มีความเป็นกลางทางการเมือง มีความยุติธรรม เพื่อไม่ให้มีข้อครหาในภายหลัง และองค์กรอิสระได้ตัวบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ซึ่งหาก สนช. ให้ความเห็นชอบรายชื่อไม่น้อยกว่า 5 รายชื่อถือว่าครบองค์ประชุมและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ส่วนกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีข้อเสนอว่าหากสนช.ตีตกบางรายชื่อเพราะมีปัญหา ควรใช้วิธีการทาบทามบุคคลแทน นายสุรชัย กล่าวว่า เป็นแนวทางที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องเอาไว้ แต่กระบวนการแต่งตั้งครั้งที่ 2 นี้ อยากให้รายชื่อที่ไม่มีปัญหาได้รับความเห็นชอบจากสนช. เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งตามโรดแมป และไม่น่าจะมีประเด็นที่จะตีตกรายชื่อทั้งหมด เพราะการสรรหาครั้งที่ 2 ถือว่า ผู้สมัครจะต้องมั่นใจว่ามีคุณสมบัติเพียงพอ

นายสุรชัย กล่าวว่า สนช. มีอิสระในการลงมติ ไม่มีใบสั่งใด ๆ เพราะสมาชิกมีดุลยพินิจในการตัดสินใจ จึงขอให้มั่นใจการทำงานของสนช. ที่ปฏิบัติอย่างอิสระ เป็นกลาง

ส่วนกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รัฐบาลและกกต.ยังไม่ได้ข้อสรุปปัญหาการจัดทำไพรมารีโหวต สนช. จำเป็นจะต้องเสนอความเห็นใด ๆ เพิ่มเติมหรือไม่ เพราะเป็นผู้กำหนดระบบไพรมารีโหวตไว้ในกฎหมายพรรคการเมือง นายสุรชัย กล่าวว่า ยังไม่ได้ส่งความเห็นเพิ่มเติมใด ๆ แต่รอติดตามรายละเอียดจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และแม้ว่าสนช.จะเป็นผู้กำหนดไพรมารีโหวตในกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมคัดกรองบุคคล เพื่อส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง เพียงแต่รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดรายละเอียดชัดเจน ซึ่งหากทุกฝ่ายช่วย ๆ กัน ประเทศจะเดินหน้าต่อไปได้

เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่า การเลือก กกต. ครั้งนี้ จะไม่มีการล้มกระดานกันอีก นายสุรชัย กล่าวว่า ไม่น่าจะมีประเด็นถึงขนาดนั้น ส่วนตัวเชื่อว่า บุคคลที่มาสมัครในครั้งนี้ เบื้องต้นน่าจะสำรวจตัวเองมาแล้ว เพราะถ้าคนที่มาสมัครไม่มั่นใจ ก็อาจจะถูก สนช. ปฏิเสธได้อีก

“สนช.เข้มงวดในรายละเอียด และการดูประวัติเชิงลึก และความประพฤติทางจริยธรรม ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยกันคัดกรองเพื่อให้ตัวบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมาทำหน้าที่ เพราะกกต.จะมีหน้าที่การเข้ามาดูแลการเลือกตั้ง” นายสุรชัย กล่าว

เมื่อถามว่า หาก สนช. ลงมติเห็นชอบผู้ผ่านการสรรหาไม่ครบ 7 คน บุคคลที่ผ่านความเห็นชอบจะสามารถทำหน้าที่ กกต.ได้ ทันทีหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า ถ้าผ่านความเห็นชอบจาก สนช. จำนวน 5 คนก็สามารถเป็นองค์ประชุมเพื่อทำหน้าที่ได้ต่อไป