นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2561 ว่า เป็นปีสุดท้ายตามโรดแมปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่กำหนดว่าจะมีการเลือกตั้งปลายปี 2561 รัฐบาลและคสช.ก็ต้องพ้นไป เว้นแต่จะมีการคว่ำกฎหมาย ตนอยากให้คสช.ทบทวนตัวเอง โดยย้อนกลับไปวันที่ 22 พ.ค. 2557 ว่า คสช.บอกคนไทยว่าจะเข้ามาทำอะไรบ้าง และจะสร้างระบบของบ้านเมืองที่ปฏิรูปให้มีความยั่งยืนอย่างไรจะคืนความสุขให้กับประชาชน โดยขอเวลาอีกไม่นาน เมื่อถึงปีสุดท้ายแล้วก็ขอให้ทำตามสิ่งที่เคยบอกกับประชาชนให้สำเร็จ ถ้าจะทำได้ต้องทบทวนอย่างตรงไปตรงมาว่าการปฏิรูปคืบหน้าไปถึงไหน อะไรที่จะทำให้ประชาชนเห็นวิสัยทัศน์ว่าบ้านเมืองจะเดินไปอย่างไร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ถ้าทำได้ในปี 2561 จะเป็นปีสุดท้ายที่คสช.พูดได้ว่าปฏิบัติภารกิจลุล่วงให้คนไทยทั้งประเทศ แต่ถ้าไม่รีบทบทวนปีสุดท้ายของคสช.ก็จะจบลงด้วยการที่ประเทศสูญเสียโอกาสไปเป็นเวลา 4 ปี ดังนั้นจึงอยู่ที่ คสช. จะเลือกว่าจะให้ประวัติศาสตร์จารึกผลงานคสช.อย่างไร ถ้าทำไม่สำเร็จ คสช. ก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วไม่มีความกังวลใด ๆ แต่อยากให้ประเทศเดินหน้าด้วยการปฏิรูปและบริหารโดยยึดหลักธรรมาภิบาล อย่าหยิบขึ้นมาเป็นเพียงแค่วาทกรรม ต้องเป็นรูปธรรม เพราะคนไทยอยากเห็นการกลับคืนสู่ ภาวะปกติที่ไม่ย้อนกลับไปสู่ปัญหาเดิม ๆ ที่มีการใช้อำนาจไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรมส่วนจะมีการเลือกตั้งในปี 2561 หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่คสช. ประกาศไว้เอง หากไม่เป็นไปตามนั้น คสช. ก็ต้องรับผิดชอบ

“ผมมีความหวังเสมอว่าคสช. จะทบทวนสิ่งต่างๆ และพูดด้วยความหวังดี เพราะทางเลือกของคสช.จะเป็นตัวกำหนดว่าประวัติศาสตร์จะจารึก คสช. อย่างไร ในปี 2557 น้อยคนจะคิดว่าบ้านเมืองจะตกอยู่ ในภาวะไม่ปกติยาวนานขนาดนี้ แต่สังคมไทยให้โอกาสตลอดทั้งที่ ปัญหาเศรษฐกิจรุนแรงมาก แต่ประชาชนอดทนและให้โอกาสเห็นแก่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและเห็นแก่ที่นายกบอกจะปฏิรูปอย่าให้สิ่งที่ ประชาชนอดทนและให้โอกาสสูญเปล่าเพราะจะย้อนกลับมาเป็นปฏิกริยาที่ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งสิ้น ผู้มีอำนาจต้องคิดถึงประเทศในระยะยาว ทำในสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่ดีให้ กับสังคมแล้วทุกอย่างจะเดินหน้าได้ ความนิยมมีขึ้นมีลง เปลี่ยนแปลงได้เร็ว ความได้เปรียบเสียเปรียบการช่วงชิงอำนาจ ต่อรองสืบทอดหรือไม่อย่างไร ทุกยุคทุกสมัยมีคนคิด แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ยั่งยืน ไม่ตอบโจทย์ประเทศ จะตอบโจทย์ได้ต้องยึดประโยชน์ส่วนรวม หลักธรรมาภิบาล” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงผลงานปฏิรูปของ คสช. ตลอดกว่า 3 ปีที่ผ่านมาว่า จนถึงวันนี้คนไทยยังไม่ทราบว่าหลักการปฏิรูปของ คสช.คืออะไร ถ้าจะทำให้สำเร็จต้องมีความชัดเจนก่อน เพราะถ้าจะปฏิรูปต้องลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน สร้างการมีส่วนร่วม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีส่วนไหนเดินหน้าในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ เห็นว่าการปฏิรูปไม่สามารถสำเร็จได้ในรัฐบาลนี้ เพราะการปฏิรูปจะสำเร็จได้ ประชาชนต้องรู้สึกว่าเป็นเจ้าของการปฏิรูปนี้และปกป้อง จึงเป็นเรื่องป่วยการที่จะเอามาตรการหรือกฎหมายใดมาบังคับให้ต้องทำตาม เพราะรัฐบาลใหม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนหวงแหน ดังนั้นปีสุดท้ายนี้ คสช. ต้องทำให้ชัดเจนเรื่องหลักการปฏิรูปและดึงประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อบีบบังคับพรรคการเมืองว่าต้องปฏิรูปต่อเนื่อง