ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ องค์คณะพิจารณารื้อฟื้นคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในส่วนของ พ.ต.นพ.ดร.วีรวุฒิ หรือ หมอโด่ง วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จำเลยที่ 3 และ นายสุธี เชื่อมไธสง จำเลยที่ 16 ซึ่งเป็นคนสนิทของ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าว ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีนี้ ได้นัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย โดยคดีนี้ อัยการสูงสุด ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลนำคดีที่จำเลยทั้ง 2 คนหลบหนีไประหว่างการพิจารณาคดีเมื่ิอปี 2558 ที่ได้ฟ้องไว้พร้อมกับ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับเอกชนร่วม 28 ราย ในคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 และคดีหมายเลขแดง อม.178/2560 ขึ้นมาพิจารณาใหม่โดยไม่มีตัวจำเลย ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ.2560 ที่ออกมาบังคับใช้แล้ว และในมาตรา 28 บัญญัติให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีได้โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย ภายหลังมีการประทับฟ้องคดีและออกหมายจับจำเลยแล้ว 3 เดือน แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะตั้งทนายความมาดำเนินการแทนตนได้ และไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะมาต่อสู้คดีเมื่อใดก็ได้ ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา

ในการพิจารณาวันนี้จำเลยทั้งสองไม่ได้มาศาล ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับ และนัดตรวจหลักฐานคดีในวันที่ 26 ตุลาคม โดยให้ส่งหมายแจ้งวันนัดให้ตามที่อยู่เพื่อให้จำเลยทราบ หากไม่มีผู้รับโดยชอบก็ให้ทำการปิดหมายไว้ สำหรับคดีในส่วนของ นายภูมิ กับนายบุญทรง อดีต รมว.พาณิชย์ กับเอกชนนั้นรวม 18 รายที่ถูกตัดสินจำคุกตั้งแต่ 4-48 ปีไปนั้น ก็ได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว เช่นเดียวกับฝ่ายอัยการสูงสุด ก็ได้ยื่นอุทธรณ์คดีในส่วนของจำเลยกลุ่มเอกชน 8 รายที่ยกฟ้องด้วย โดยขณะนี้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ก็ได้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณาแล้ว ทั้งนี้นายภูมิ นายบุญทรง เสี่ยเปี๋ยง และเอกชน รวม 18 ราย ที่ถูกตัดสินจำคุกนั้น ก็ยังไม่มีใครได้รับการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์แต่อย่างใด