นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์ เรื่อง คัดค้านขึ้นเงินเดือนศาล-องค์กรอิสระ โดยระบุว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เสนอร่างกฎหมายที่สำคัญให้กับ สนช.จำนวน 5 ฉบับ ซึ่งเกี่ยวกับการขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการตุลาการ ศาล อัยการและองค์กรอิสระ ประกอบด้วย

1)ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

2)ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

3)ร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานกรรมการและกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

4)ร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ

5)ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ซึ่ง สนช.จะพิจารณารับหลักการในวาระที่ 1 ในการประชุม สนช.สัปดาห์หน้านั้น

การเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวของรัฐบาล ถือว่าเป็นการหยามหน้าประชาชน และไม่รู้จักกาลเทศะเป็นอย่างยิ่ง ถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจโดยไม่แยแสความทุกข์ยากของประชาชน ที่ต้องระทมทุกข์กับภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ข้าวยากหมากแพง สินค้าทางการเกษตรหลายชนิดตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ภาวะหนี้สาธารณะของประเทศมีมากถึง 5.18 ล้านล้านบาท แต่ทว่ารัฐบาลและ สนช. ยังมีหน้าออกมาแถลงถึงเหตุผลว่าเพื่อให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้ง ๆ ที่ค่าครองชีพที่สูงขึ้นมาจากผลงานที่ล้มเหลวของรัฐบาลและกลุ่มแม่น้ำ 5 สายแทบทั้งสิ้น

เมื่อมองผู้นำรัฐบาลในหลาย ๆ ประเทศที่ก้าวหน้ากว่าไทยเขาพยายามที่จะรัดเข็มขัดตนเองเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้ประชาชนเห็น และเพื่อเป็นการลดการใช้จ่ายภาษีของประชาชน เช่น นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และสุลต่านของมาเลเซีย เป็นต้น แต่หันกลับมามองรัฐบาลไทย กลับหาทางเพิ่มเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งให้กับตนเองและพวกพ้อง ทั้ง ๆ ราชการมีสวัสดิการให้แล้วแทบทุกอย่าง ไฟฟ้าฟรี น้ำประปาฟรี น้ำมันฟรี ลูกเรียนฟรี รักษาพยาบาลตนเองและครอบครัวฟรี ฟรี ฟรี… ไปเสียแทบทุกอย่าง ขณะที่ประชาชนยากจนลงทุกวัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเอาเปรียบประชาชนและผู้เสียภาษีอย่างน่าละอาย การที่รัฐบาลและหรือ คสช.เข้ามาแล้วโฆษณาชวนเชื่อว่าจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เข้ามาเพื่อประโยชน์อันสูงสุดของประชาชน เข้ามาเพื่อคืนความสุขให้ประชาชนนั้น ขอภามหน่อยเถิดครับว่า “คืนความสุขให้ตรงไหน” หรือแค่แต่งเพลงบังคับให้ฟังก็ก็ถือว่าคืนความสุขแล้ว

ปัจจุบันนี้องค์กรศาล ตุลาการ อัยการ และองค์กรอิสระมีเงินเดือนและค่าตอบแทนมากกว่าวันละ 5,000 บาทต่อวันอยู่แล้ว สูงกว่าข้าราชการสายอื่น ๆ มากมาย ในขณะที่ประชาชนมีรายได้ขั้นต่ำแค่วันละ 300 กว่า ๆ เท่านั้นและตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา องค์กรต่าง ๆ เหล่านี้มีผลงานใดที่เป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชน องค์กรอิสระใดที่สามารถตรวจสอบและเอาผิดคนในรัฐบาลนี้ได้บ้าง ทั้งๆที่ปุถุชนทั่วไปต่างก็รับรู้ว่ารัฐบาลมีปัญหาคอรัปชั่นอย่างมากมาย แต่องค์กรอิสระต่าง ๆ กลับเงียบกริบ แม้กระทั่งกรณีความขัดแย้งเรื่องบ้านพักของผู้พิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่เชียงใหม่ก็ยังเป็นความขัดแย้งที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ซึ่งสมาคมฯเคยเรียกร้องรัฐบาลให้มีการ “ปฏิรูปศาล” มาแล้ว แต่กลับเงียบเฉย มาวันนี้รัฐบาลและ สนช. ยังคิดที่จะออกกฎหมายขึ้นเงินเดือนให้ศาล-อัยการ-องค์กรอิสระ โดยมีผลย้อนหลังไปถึง พ.ศ.2557 โดยไม่แคร์หรือละอายต่อประชาชนเลยหรือ ? ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนกันระหว่างรัฐบาล สนช. และองค์กรอิสระ ซึ่งอาจเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่ง สมาคมจะตรวจสอบพฤติการณ์ในลักษณะ “ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดกัน” ของผู้ถืออำนาจอธิปไตยทั้งสาม เพื่อนำมารายงานประชาชนผู้เสียภาษีให้ทราบต่อไป