“รรท.ภ.7″รับหน้าที่เพียงแค่2วัน สั่งลุยกวาดล้างเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด

22074

“พล.ต.ท.นัยวัฒน์ รรท.ภ.7 “รับหน้าที่เพียงแค่ 2 วัน สั่งลุยกวาดล้างเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด 9 คน ได้ยาบ้า 291,984 เม็ด และ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 14 กระบอก สั่งเข้มทุกมิติ กำชับให้ขยายผลจัดหนักเกาะติดต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2566 (เวลา 14.30 น.) ผู้สื่อข่าว “สำนักข่าวไทยแทบลอยด์ ” รายงานว่า พล.ต.ท. นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.สยศ.ตร. รรท.ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.ดร.จักษ์ จิตตธรรม ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร,พ.ต.อ.ธีระเดช อธิภัคกุล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร,นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอบ้านแพ้ว,พล.ต.อาทิตย์ ม่วงเล็ก ผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองทางทหาร ,นายทัศน์พงษ์ วัฒนายากร ผอ.ปปส.ภาค 7, ผู้กำกับการ รองผู้กำกับการ สารวัตรสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร,ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ,ตำรวจสืบสวน สภ.บางโทรัด  ตำรวจสืบสวน สภ.บ้านแพ้ว และกองพิสูจน์หลักฐาน ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ได้ของกลางเป็นยาบ้ารวมทั้งสิ้น 291,984 เม็ด และ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์อีก 14 กระบอก

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร ยังได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภ.7 และ เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยข่าวกรองทางทหาร ทภ.1 ขยายผลเพิ่มเติมจนจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมกันอีก 3 คน ขณะกำลังนั่งอยู่ในสวนมะพร้าวแห่งหนึ่ง คือ นาย เนย์ ลิน อู (MR.NEY Lin oo)  อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมยาบ้า 400 เม็ด และ อาวุธปืน ไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอกและเครื่องกระสุนปืน 3 นัด

ถูกดำเนินคดีในข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” และ“จำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”,นายธนเนตร์ ทินดาประเสริฐ อายุ 36 ปี ของกลาง ยาเอ็กซ์ตาซี 5 เม็ด กับ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์อีก 13 กระบอก โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ทั้งหมดที่พบนั้น ตนรับปืนมาจากนายตังฯไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง โดยนายตังฯ นำปืนมาฝากตนไว้เพื่อให้ตนหาลูกค้าที่ต้องการซื้อ และได้ตั้งราคาขายไว้กระบอกละ1,500 บาท

จึงถูกดำเนินคดีในข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” และ “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอกซ์ตาซี) ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”

ส่วนอีกรายคือ นายวิษณุ แซ่ตัน อายุ 36 ปี ของกลาง ยาบ้าจำนวน 1,400 เม็ด ดำเนินคดีในข้อหา “จำหน่าย และ ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” นอกจากนี้ยังตรวจค้นยังเจอยาบ้าซุกซ่อนไว้ตรงบริเวณที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนพักอาศัย ถูกซุกซ่อนอยู่อีก 285,800 เม็ด

ซึ่งนายวิษณุฯ ให้การอ้างว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของนายปลาย ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล ได้ใส่กระสอบกับถุงพลาสติกนำมาฝากให้ตนเก็บรักษาไว้ที่บ้านพัก ต่อมาตนรู้สึกกลัวว่าจะถูกจับ จึงนำของทั้งหมดมาวางไว้บริเวณริมขอบคันสวนมะพร้าวและได้นำทางมะพร้าวมาปิดไว้ก่อนจะมาถูกจับในที่สุด ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวทั้งหมดไปสอบสวนเพื่อขยายผลและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

#Thaitabloid #สำนักข่าวไทยแทบลอยด์