ศึก”ยิว-ฮามาส”เสพสื่อมีสติ ขอให้คำทำนาย”ดามุส”ผิด!!               

4614

รับรู้ข่าวกลุ่มฮามาสเปิดปฏิบัติการแบบสายฟ้าแลบบุกถล่มเมืองทางใต้ของอิสราเอลในวันที่ 7 ตุลาคม อิสราเอลตอบโต้ทันควัน มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ ถูกจับเป็นตัวประกัน อาคาร บ้านเรือนเสียหาย ทั้งสองฝ่าย

ขอบคุณภาพจาก BBC

                 ให้ความสนใจพอประมาณ เพราะคาดว่าจะจบแบบรวดเร็วเหมือนที่ผ่านมา แต่พอถึงวันที่ 8 ตุลาคม กาะติดข่าวตามปกติ เห็นปฏิบัติการเอาคืนของอิสราเอลรุนแรงและเด็ดขาดขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มฮามาสบุกข้ามแดนตอบโต้เช่นกัน

            จึงประเมินว่าศึกครั้งนี้น่าจะยืดเยื้อ เพราะยิ่งเวลาทอดยาวไปความรุนแรงยิ่งเพิ่มขึ้น และลุกลามไปชายแดนประเทศอื่น ประชาชนทั้งสองฝ่ายล้มตายจำนวนมาก รวมทั้งแรงงานไทย

        ทำให้นึกถึงหนังสือ “นอสตราดามุส ผู้บันทึกประวัติศาสตร์จากอนาคต” เขาเป็นเภสัชกรและหมอดูที่มีชื่อเสียงชาวฝรั่งเศสยุคศตวรรษที่ 16 แต่เสียดายเก็บไม่ดีถูกพิษน้ำท่วมทำลาย

        จำได้ว่าอ่านไป 2 รอบ แต่หลายปีมาแล้วพอจำได้เลาๆว่านอสตราดามุส พยากรณ์ว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 จุดปะทุใหญ่ย่านตะวันออกกลาง จึงอดคิดไม่ว่าสงครามระหว่างฮามาสกับอิสราเอลคือชนวนเหตุหรือไม่ ?

      จึงค้นหาคำทำนายผ่านเว็บไซด์ของสื่อสำนักต่างๆพบว่าหลายสำนักคัดลอกบางส่วนที่ทำนายเกี่ยวกับสถานการณ์โลกในปี 2023 มานำเสนอว่า “จะเกิดสงครามใหญ่ ยาวนาน 7 เดือนผู้คนล้มตายด้วยมือปีศาจ เศรษฐกิจจะย่อยยับ ขาดแคลนอาหารจะรุนแรง ข้าวสาลีราคาพุ่งสูงขึ้น มนุษย์กินกันเอง สภาพอากาศจะแปรปรวนแผ่นดินแห้งแล้งและเกิดน้ำท่วมใหญ่”

      เป็นคำทำนายแบบกว้างๆ แต่มีการตีความด้วยการนำเหตุการณ์ปัจจุบันมาประกอบ โดยเฉพาะสงครามใหญ่ ตีความกันว่าสงครามนิวเคลียร์จะปะทุขึ้น เพราะหลายประเทศต่างผลิตอาวุธนิวเคลียร์ไว้ครอบครอง เมื่อสงครามนิวเคลียร์ปะทุสภาพอากาศที่เลวร้ายจะตามมา

    หากมาจับสถานการณ์สงครามตามที่สื่อกระแสหลักนำเสนอ จะพบว่าฉนวนกาซาที่มั่นของกลุ่มฮามาส ถูกอิสราเอลปิดล้อมระดมอาวุธถล่ม บ้านเรือน อาคาร เสียหายอย่างหนัก ประชาชนอดยาก ขาดน้ำขาดอาหาร ต้องอพยพหนีภัย

      ขณะที่อิสราเอลถูกกลุ่มฮามาสถล่มบุกสังหารชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติรวมทั้งแรงงานไทย ล้มตายจำนวนมากและจับเป็นตัวประกันไว้ต่อรอง


       ยิ่งเวลาทอดยาวออกไปภาพแห่งความรุนแรงจากภัยสงครามที่ปรากฏผ่านสื่อทวีความรุนแรงมากขึ้น ประชาชนทั้งสองฝ่ายล้มตายนับหมื่น เสมือนโหมความโกรธแค้นให้ทั้งสองฝ่ายลุกโชน  จนยากที่จะนำไปสู่การยุติในเร็ววัน

  จากสงครามครั้งนี้ได้สร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชนลุกลามไปหลายประเทศ มีการเดินขบวนประท้วง และบางประเทศประชาชนถึงขั้นฆ่ากันตาย อาทิ ที่สหรัฐอเมริกาชายวัย 71 ปี แทงเด็กชายมุสลิมวัย 6 ขวบตาย แม่ได้รับบาดเจ็บ ตำรวจตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชัง

    ที่ฝรั่งเศสชายวัย 20 ปี นับถือศาสนาอิสลามบุกแทงครูสอนภาษาฝรั่งเศสเสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บ 3 คน ตำรวจจับกุมตัวได้ พร้อมชี้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงกับสงครามอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสชี้ว่าเป็นการก่อการร้าย

       ขณะที่ท่าทีของผู้นำโลกอย่างประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายกรัฐมนตรีอังกฤษ หรือหลายชาติในยุโรปต่างสนับสนุนอิสราเอล ส่วนประเทศตะวันออกกลางยังสงวนท่าทีมีเพียงอิหร่านออกมาเตือนว่า

” ไม่มีใครสามารถรับประกัน สถานการณ์จะอยู่ภายใต้การควบคุม”

   ความเกลียดชังที่ก่อตัวสาเหตุหนึ่งมาจากการนำสื่อของที่เลือกข้างและสื่อโซเซียลที่ทุกคนสามารถผลิตได้ตามความเชื่อของตัวเองเพียงแค่มีโทรศัพท์เครื่องเดียว

   “แต่บ้านเราโชคดีที่ความเกลียดชังจากเหตุสงครามยังไม่ได้ก่อตัวให้เห็นชัดเจน มีเพียงแต่การสร้างคอนเทนต์ผ่านสื่อรูปแบบต่างๆทั้ง ติ๊กต๊อก ทวิตเตอร์  แล้วผ่านเฟสบุ๊ก ไลน์กลุ่มและไลน์ส่วนตัว”

   กลุ่มที่ต่อต้านอิสราเอลจะนำภาพเหตุการณ์ความรุนแรงที่ฮามาสถูกกระทำจากอิสราเอลทั้งในอดีตและปัจจุบัน แชร์ในโลกโซเซียล มีทั้งเสริมแต่งเพิ่มความเกลียดชัง หรือหยิบประเด็นเพียงบางส่วนที่แรงงานไทยพูดในบางรายการว่าถูกทหารอิสราเอลยิง ทำติ๊กต๊อกว่าคนไทยถูกอิสราเอลกระทำเช่นกันแล้วแชร์อย่างกว้างขวางในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

   บางคลิปสร้างคอนเทนต์ให้ชาวฮาบาสแบกศพคลุมผ้าขาวเดินประท้วง พอได้ยินเสียงไซเรนเตือนภัยปรากฎว่าทั้งคนหามและศพต่างวิ่งหนีกระเจิง ถ้าใช้สติมองได้หลายทาง อาทิ แนวร่วมฮามาสทำเพื่อประจานอิสราเอลหรือแนวร่วมอิสราเอลเพื่อทำเพื่อให้เห็นว่าฮามาสสร้างคอนเทนต์เพื่อลวงโลก

   กลุ่มที่เชียร์อิสราเอล จะนำเหตุการณ์ที่กลุ่มฮามาสบุกทำร้ายชาวอิสราเอลและแรงงานไทยในอิสราเอล ออกเผยแพร่พร้อมบรรยายประกอบว่าแรงงานถูกกระทำอย่างไร รวมถึงนำคำสัมภาษณ์ของแรงงานที่รอดชีวิต มาตัดต่อเสริมแต่งให้เกินความจริง

  ปรากฏการณ์สร้างความชังเหล่านี้ล้วนแต่ถูกเสนอผ่านสื่อโซเซียลแบบไร้สังกัดแทบทั้งสิ้น ขณะที่สื่อกระแสหลักหรือสื่ออาชีพ จะนำเสนอทั้งสองทางเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนในสังคมเผชิญหน้ากัน

   “การเสพสื่อเป็นสิทธิเสรีภาพของทุกคนที่จะเลือกเสพเลือกเชื่อ แต่ในภาวะสงครามแบบนี้ได้แต่หวังว่าคนไทยทุกคน ทุกศาสนา ต้องเสพแบบมีสติ ทั้งสื่อกระแสหลักและสื่อโซเซียล เพราะถ้าไร้สติเสพแบบสะสมถึงจุดหนึ่งจะระเบิดกลายเป็นความเกลียดชังที่นำไปสู่การเผชิญหน้าแล้วหายนะจะมาเยือน”

  หากย้อนไปดูคำทำนายของนอสตราดามุส ที่ผมจำได้แบบเลาๆว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มปะทุจากประเทศตะออกกลาง  ได้แต่ภาวนาขอให้ทำนายผิดหรือขอให้ผมอ่านคำทำนายแล้วจำผิด

   เพราะแค่สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติด้วยระเบิดปรมาณูแค่ 2 ลูก สร้างความหายนะให้กับมนุษย์และโลกอย่างยาวนาน ถ้าครั้งที่ 3 เกิด เพียงแค่หลับตาก็เห็นความหายนะทั้งโลกแล้ว !!!