นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาปกป้องการเดินสายดูดทางการเมือง ไม่ถือเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะไม่ได้รวมตัวกันเพื่อปั่นป่วนทำให้เกิดความวุ่นวายในรัฐบาล ว่าการแสดงความเห็นทางการเมืองต่างๆประชาชนฟังอยู่ การพูดแบบนี้ฟังได้หรือไม่ประชาชนคิดได้ และอยากตั้งคำถามว่า การส่งสัญญาณแบบนี้เป็นการรับลูกทำกันเป็นขบวนการหรือไม่ ฝ่ายหนึ่งเดินสายดูดเต็มที่ อีกฝ่ายก็กางปีกปกป้องคุ้มครองกันในทุกกรณี

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า กลุ่มสามมิตรกำลังทำในสิ่งที่ห้ามพรรคอื่นทำหรือไม่ มีการโน้มน้าวจูงใจโดยวิธีต่างๆ เพื่อให้คนไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค และทำโดยโจ่งแจ้ง เดินสาย ให้ข่าว เปิดหน้าโชว์ ชุมนุมกันเกิน 5 คนแถลงข่าวสนับสนุนใครเป็นนายกฯก็ทำได้ แต่พรรคเพื่อไทยแถลงประเมินผลงาน 4 ปีรัฐบาลคสช.ทำไม่ได้ จนแกนนำพรรคถูกดำเนินคดีถ้วนหน้า แต่สามมิตรไม่โดนและยังคงทำต่อไป เหมือนกติกาเขียนไว้บังคับใช้กับพรรคที่เห็นต่างฝ่ายเดียว เพียงเพราะกลุ่มสามมิตรประกาศหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อเท่านั้นหรือ” นายอนุสรณ์ กล่าว

“ความจริงการย้ายพรรคของนักการเมืองเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนนักฟุตบอลย้ายสโมสร ซึ่งเขาเปิดช่วงเวลาให้เจรจาได้ตอนที่ตลาดนักเตะเปิด ถ้าย้ายแล้วกองเชียร์ไม่พอใจเขาก็ตามโห่นักเตะรายนั้นตลอดชีวิต การแอบไปเจรจากันก่อนหรือนอกช่วงเวลาจะถูกลงโทษ ทั้งตัวนักเตะและสโมสรจะถูกแบน” นายอนุสรณ์ กล่าว

นายอนุสรณ์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ในขณะที่พรรคอื่นๆถูกห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง แต่กลุ่มหนุนคสช.ทำได้เต็มที่ ทั้งใช้เงิน ใช้งบประมาณมาล่อ ใช้คดีความมากดดัน ใช้ข้าราชการระดับสูงมาเป็นเครื่องมือในการดูด ใครดูดได้กลุ่มใหญ่ ในพื้นที่รับผิดชอบของใครได้ ส.ส.มาก ก็จะเป็นเกณฑ์ในการประเมินขึ้นสู่ตำแน่งที่สูงขึ้นไปอีก ประเทศใดที่มีข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง ประเทศชาตินั้นจะเกิดความยุติธรรม เกิดการพัฒนาได้อย่างไร เมื่อความยุติธรรมไม่มีความสามัคคีก็ไม่เกิด และเป็นที่น่าตกใจที่สิ่งเหล่านี้ประชาชนเห็น แต่ กกต.และหน่วยงานที่กำกับดูแลบังคับใช้กฎหมายไม่เห็นหรือไม่