ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ถูกโชเชียลวิพากษ์วิจารณ์ หลังมีคลิปปรากฏขณะลงพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จว.เชียงราย ในลักษณะทวงถามเรื่องข้อกฏหมายกับเจ้าหน้าที่ขุดเจาะถ้ำและการบินโดรน ว่ามีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ ทำให้มีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง ‘วิบูลย์ธร กมลนฤเมธศ์‘ โพสต์ข้อความเฟสบุ๊ค เขียนข้อความเรียกร้องถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อเรียกร้องให้ปลด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. ออกจากตำแหน่งโดยขอให้มีผลทันที ซึ่งภายหลังจากการเรียกร้องดังกล่าวไม่ถึง  24 ชม. มีผู้ใช้งานโซเชียลมากเกือบ 400,000 คนกดไลก์ แชร์ และเข้ามาให้ความเห็นในลักษณะเห็นด้วยเป็นจำนวนล้นหลาม โดยในข้อความดังกล่าวระบุว่า “กราบเรียน พณฯท่าน นายกรัฐมนตรี
พลเอก ประยุทธ จันทรโอชา

ด้วย พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ อุทยาน เขาหลวง – ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง เจ้าพนักงานทุกหน่วยงาน แกมข่มขู่ ในขณะที่ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ได้ปฏิบัติงานเพื่อกู้ชีพอย่างเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เด็ก 13 ชีวิตที่ติดในถ้ำของอุทยานเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน แล้ว พล.ต.อ.ศรีวราห์มิได้มีส่วนช่วยเหลือในประการใด กลับนำข้อกฏหมายออกข่มขู่ผู้ปฏิบัติงาน หลายหน่วย โดยไร้มนุษยธรรม และ สามัญสำนึก

ถือเป็นการย่ำยีหัวใจของชาวไทยทั้งชาติ ทุกภาคส่วน โดยลุแก่อำนาจ ขาดซึ่งมนุษยธรรม

ท่านป่วยแน่ๆ จิตป่วย มาใช้กฏหมาย ข่มขู่เจ้าหน้าที่ๆปฏิบัติการช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้าย เวลาที่คนทั้งชาติ หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้กับน้องๆ 13 คนที่ไม่ทราบชะตากรรม

จึงขอกราบเรียนท่าน พิจารณา ปลด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล ออกจากตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยเร็วที่สุด เพื่อศักดิ์ศรีของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

นายวิบูลย์ธร กมลนฤเมธศ์
ตัวแทนประชาชนชาวไทย
29 มิถุนายน 2561

#ลงชื่อสนับสนุนต่อท้ายโพสได้ครับ

ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวานนี้ (29 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวชี้แจงกรณีถูกโชเชียลวิพากษ์วิจารณ์ หลังมีคลิปปรากฏขณะลงพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จว.เชียงราย ลักษณะทวงถามเรื่องข้อกฏหมายกับเจ้าหน้าที่ขุดเจาะถ้ำและการบินโดรน ว่ามีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ ว่า เมื่อกฏหมายบรรเทาสาธาณภัยไม่ได้ยกเว้นกฏหมายอื่น หากมีการกระทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย โดยเฉพาะการดำเนินการใดๆที่ต้องใช้งบประมาณของแผ่นดินก็จะต้องดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้อง ซึ่งเห็นว่าขั้นตอนหรือการดำเนินการต่างๆให้ถูกต้องไม่ได้ใช้เวลานาน ไม่ได้ทำให้การปฏิบัติงานสะดุดลงแต่อย่างใด ส่วนกรณีเรื่องการขุดเจาะถ้ำในเขตวนอุทยานนั้น ยืนยันว่าตนเองเพียงแต่สอบถามผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ได้พูดคุยกับชาวบ้านว่าดำเนินการดังกล่าว ขออนุญาตเจ้าของพื้นที่หรือยัง ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าเป็นการดำเนินการร่วมกับทางอุทยานอยู่แล้ว เมื่อทราบดังนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ ซึ่งตนไม่รู้ว่าคนที่ถ่ายและนำคลิปมาเผยแพร่นั้นเป็นใคร มีเจตนาหรือต้องการอะไร ซึ่งจะได้มีการติดตามและตรวจสอบยืนยันจะจัดการตามกบิลบ้านกบิลเมือง

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี สอบถามว่ามาทำอะไรและมาจับใครที่นี่นั้น รองผบ.ตร. กล่าวว่า ตนเองเป็นตำรวจ เมื่อมีการโพสต์เรี่ยไรเงิน มีการทุบกระจกรถกัน มีการกระทำผิดกฏหมาย ก็ต้องมีการดำเนินคดี เมื่อมีการจอดรถกีดขวาง ก็ต้องมาจัดการจราจรมาดูแลให้ ส่วนผู้บังคับบัญชาจะถามตนเองแบบไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่การลงพื้นที่เมื่อเห็นว่ามีการกระทำผิดก็ต้องจับกุม แต่อย่างไรก็ตาม ได้กล่าวขอโทษประชาชนว่า

“ถ้าไม่ถูกใจชาวบ้านก็ต้องขอโทษด้วย แต่ผมเอาความถูกต้อง”

“ถ้าสังคมเห็นว่ามันยังไม่ดี ไม่เรียบร้อย ผมก็ต้องขอโทษด้วย แต่ยืนยันจะให้ผมไปทำผิดหรือสั่งการให้ทำผิด คงทำให้ไม่ได้ ผมก็ต้องทำให้ถูกต้อง ไม่ใช่ถูกใจ ลองดูในคลิป ผมคุยกับลูกน้อง ไม่ได้คุยกับคนอื่น เพราะทุกอย่างต้องถูกกฎ ผมเป็นผู้ใหญ่แล้ว” พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว

 

รองผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ได้รับรายงานสถานการณ์ว่าระดับน้ำยังไม่ลดลงมาก และเกิดไฟรั่ว ซึ่งได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ให้ทำงานด้วยความระมัดระวัง ป้องกันอุปกรณ์ของทางราชการไม่ให้เสียหาย โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดซึ่งมีมูลค่าสูงตัวละ 2 ล้านบาท ต้องมีการเขียนแผนงานให้ละเอียด ย้ำว่าการทำงานทำเพื่อประชาชนเป็นอันดับแรกอยู่ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ และ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกนายกรัฐมนตรี ก็กำชับให้ดูแลให้เจ้าหน้าที่ร่วมมือกันปฏิบัติ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ในทางปฏิบัติไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ส่วนคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้น ทั้งการทุบรถขโมยวิทยุสื่อสาร ได้มีการกำชับเร่งรัดให้มีการจับกุมตัว ตลอดจนป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุหรือมีปัญหาการจราจรด้วย