หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมผบช.น. เผยแก๊งเวียดนามใช้ไทยเป็นทางผ่านส่งไอซ์ไปโตเกียว ตัดตอน-หลบเลี่ยงตำรวจ พบมีคนไทยในญี่ปุ่นร่วมขบวนการ เร่งขยายผลหาที่มาของไอซ์ 

ผบช.น. เผยแก๊งเวียดนามใช้ไทยเป็นทางผ่านส่งไอซ์ไปโตเกียว ตัดตอน-หลบเลี่ยงตำรวจ พบมีคนไทยในญี่ปุ่นร่วมขบวนการ เร่งขยายผลหาที่มาของไอซ์ 

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พลตำรวจโทสยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พลตำรวจตรีชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 และฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน แถลงจับกุมเครือข่ายลักลอบซุกไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกส่งขายประเทศญี่ปุ่นหลังสอบปากคำนายสมพงษ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม 

โดยเปิดเผยว่าเหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายซึ่งเป็นคนรับจ้างหิ้วของเดินทางไปต่างประเทศ นำกระปุกมะขามเปียกเข้ามาส่งมอบให้ตำรวจหลังพบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ด้านในและพบว่ามีน้ำหนักมากจนผิดปกติ ซึ่งจากการตรวจสอบยืนยันว่าวัตถุในกระปุกมะขามเปียกคือ “ยาไอซ์” น้ำหนักรวมกว่า 2 กิโลกรัม ซุกซ่อนเป็นก้อนทรงกลมห่อฟอยล์ 6 ก้อน จากการสอบสวนพบว่าพฤติการณ์ของเคสนี้มีความคล้ายคลึงกับกรณีของนางสาวมีนา แอร์โฮสเตสสาส ที่ถูกทางการออสเตรเลียควบคุมตัว

และจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่าขบวนการนี้เป็น แก๊งอาชญากรรมขนยาเสพติดของชาวเวียดนาม โดยมีตัวการใหญ่เป็นผู้สั่งการอยู่ที่เมืองฮานอย สั่งการผ่านบัญชีเฟซบุ๊กอวตารว่าจ้างไรเดอร์ให้ไปรับของจากบ้านพักของกลุ่มชาวเวียดนามในประเทศไทย เพื่อนำไปส่งให้คนไทยที่เป็นคนรับหิ้วของ

และจากการตรวจสอบพบว่าบัญชีที่ใช้โอนเงินค่าจ้างและค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นบัญชีของนายสมพงษ์ ซึ่งมีชาวเวียดนามหมุนเวียนสลับกันมาถอนเงินสดในครั้งละ 20,000 – 50,000 บาท เมื่อถอนเงินแล้วจะเดินทางกลับประเทศเวียดนามทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม ทำให้เชื่อว่ามีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 4 คน โดยขณะนี้ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 4 คน เป็นคนไทย 1 คน คือนายสมพงษ์ และชาวเวียดนาม 3 คน ที่ทำหน้าที่กดเงินและเป็นผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กอวตาร รวมถึงทำหน้าที่ผู้สั่งการ แต่ใน 4 หมายจับนี้ยังไม่มีแฟนสาวของนายสมพงษ์ แต่เชื่อว่ามีส่วนรู้เห็นกับกระบวนการดังกล่าว ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลรวมถึงนายสมพงษ์ด้วย ที่เบื้องต้นให้การปฏิเสธ

สำหรับผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 3 คน ที่ถูกออกหมายจับพบว่าเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว 1 คน ส่วนที่เหลือได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดแล้ว 

ส่วนพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหา มีความพยายามตัดตอนโดยสั่งการผ่านไรเดอร์เพื่อไม่ให้สาวถึงตัว และมีการเปลี่ยนกลยุทธ์ตลอดเวลา เช่น แอบใส่ไปในผลิตภัณฑ์อาหารหรือผงปรุงรสต่างๆ โดยการกรีดซองแล้วแพ็กใหม่ โดยได้ค่าจ้างขนกิโลกรัมละ 450 บาท ซึ่งเป็นราคาปกติทั่วไป ส่วนปลายทางพบว่าไปส่งที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อถึงปลายทางจะมีคนไทยมารับสินค้าต่อจากผู้รับจ้างไปส่งต่อเป็นทอดๆ โดยขณะนี้ได้ประสานทางสถานทูตญี่ปุ่นให้ช่วยตรวจสอบแล้ว และกำลังขยายผลต่อว่าชาวเวียดนามกลุ่มนี้ไปรับยาไอซ์มาจากที่ไหน รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด เพราะเชื่อว่าไม่ได้ทำแค่เรื่องยาเสพติดเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีขบวนการทำผิดกฎหมายอื่นๆ ร่วมด้วย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img