ผบ.ตร.ยืนยันยิงในห้างตาย2เจ็บ5ราย ผู้ก่อเหตุมีประวัติป่วยจิตเวช!!

1330

ผบ.ตร.เผยเหตุยิงในห้างใจกลางเมืองมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 5 ราย พบผู้ก่อเหตุมีประวัติรักษาจิตเวช -​ด้านโฆษกตร.วอนหยุดแชร์ภาพ

rbt

ความคืบหน้าเหตุนิงในห้างดังกลางกรุงมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ล่าสุดเวลา 19.55 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยภายหลังสอบปากคำเยาวชนอายุ 14 ปี ก่อเหตุยิงประชาชนในศูนย์การค้าสยามพารากอน ว่าเรื่องสอบปากคำต้องขอไม่เปิดเผยรายละเอียดเนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเยาวชน ทั้งนี้ได้นำตัวไปยัง สน.ปทุมวัน เพื่อสอบปากคำพร้อมสหวิชาชีพ ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุไม่ขอเปิดเผย ทั้งนี้ขณะเข้าจับกุมได้ดำเนินการตามขั้นตอน (SOP) โดยผู้ก่อเหตุยอมมอบตัว จากการตรวจสอบพบประวัติรักษาจิตเวชอยู่โรงพยาบาลราชวิถี เบื้องต้นผู้ก่อเหตุยังไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากมีอาการเหม่อลอย อ้างว่ามีคนมาพูดว่าต้องยิงคนนู้นคนนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดต่อผู้ปกครองเนื่องจากไปตรวจสอบที่บ้านพักยังไม่เจอพ่อแม่ ส่วนเรื่องของเกมพบว่าได้เล่นเกมบ้าง ส่วนปืนผู้ก่อเหตุใช้เป็นอาวุธปืนแบลงค์กันยังไม่ทราบที่มา เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นชาวจีน 1 ราย เสียชีวิตบริเวณชั้น G ส่วนชาวเมียนมาร์ 1 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยอีกว่า จากการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รู้จักหลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ “Run Hide Fight” นำมาใช้แนะนำประชาชนในการเอาชีวิตรอดในเหตุกราดยิง ทำให้พนักงานรู้ขั้นตอนว่าจะต้องไปหลบซ่อนตัวที่ไหน เพื่อให้ตัวเองปลอดภัย และทางห้างได้มีการฝึกซ้อมอยู่เป็นประจำทุก 3 เดือน ทำให้ตำรวจสามารถเข้าช่วยเหลือและลำเลียงประชาชนอย่างมีขั้นตอน ขณะเดียวกันก็ต้องปิดล้อมพื้นที่เพื่อเข้าระงับเหตุ จากการตรวจสอบพบว่าตำรวจสายตรวจถึงที่เกิดเหตุภายใน 5 นาที ซึ่งเป็นไปตามหลักยุทธวิธี นอกจากนี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ดูแลมาตรการให้รัดกุม

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วอนหยุดแชร์ภาพคลิปวีดีโอเยาวชนก่อเหตุรุนแรง รวมทั้งภาพผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ อาจกระทบต่อความรู้สึกครอบครัวผู้สูญเสีย สังคมวงกว้าง และเป็นความผิดตามกฎหมายละเมิดสิทธิคนอื่น

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้เวลาประมาณ 16.20 น. เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปก่อเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน ซึ่ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) , พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร์ รอง ผบ.ตร. และเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่เกิดเหตุ เข้าควบคุมสถานการณ์ได้เรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนรายละเอียดในเรื่องของผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิตจะมีการรายงานให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งในส่วนของอาวุธปืนและรายละเอียดอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน โดย ผบ.ตร.จะให้สัมภาษณ์ในรายละเอียดอีกครั้ง

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท.รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 และนายชาดา ไทยเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นเกิดเหตุเพื่อร่วมสอบปากคำผู้ก่อเหตุ

โฆษก ตร. กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย รวมถึงผู้บาดเจ็บ และขอเตือนถึงผู้ใช้สังคมออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม กรุณางดแชร์ภาพ คลิปวิดีโอ เหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งภาพคลิปของการเกิดเหตุ รวมทั้งภาพของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ กรุณาเข้าใจถึงความรู้สึกของครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเหตุความรุนแรงในลักษณะนี้มักก่อให้เกิดความโกรธแค้น ความโศกเศร้า ความกลัว และความวิตกกังวลต่อข่าวสาร แต่การนำเสนอหรือส่งต่อภาพความรุนแรงที่เกินความจำเป็นนั้นไม่มีประโยชน์ใดต่อสังคมโดยรวม ทั้งยังทำให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพจิตต่อสังคมได้ในวงกว้าง

นอกจากนี้ การนำเสนอหรือส่งต่อภาพผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ยังเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และส่งผลกระทบด้านจิตใจต่อญาติและคนรอบข้างของผู้ที่ได้รับผลกระทบได้เป็นอย่างมาก ขอให้ช่วยกันใช้สื่อโซเชียลในเชิงบวก หรือใช้สนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ ระมัดระวังการใช้หรือติดตามสื่อโซเชียล รวมถึงงดการส่งต่อภาพผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรง ดูแลและให้คำแนะนำบุตรหลานและเยาวชนที่สามารถเข้าถึงภาพความรุนแรงต่างๆ ได้ รวมทั้งดูแลและประเมินสภาพจิตใจของตนเองและคนรอบข้างที่ได้รับชมภาพความรุนแรง

#thaitabloid #สำนักข่าวไทยแทบลอยด์